SocialNetworkDownload.com

แหล่งรวมโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์ค สังคมออนไลน์ เอาไว้มากที่สุด

ทวิชจับมือเอ็นบีเอ ถ่ายทอดสดการแข่งขันจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล

สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (เอ็นบีเอ) ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับทวิช ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันบาสเกตบอลจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล แชมเปี้ยนชิพแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งได้เริ่มขึ้นวันแรก 6 สิงหาคม 2562 ที่ศูนย์กีฬา ESPN Wide World วอลท์ ดิสนีย์ เวิลด์ รัฐฟลอริดา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา โดยทวิชจะไลฟสตรีมการแข่งขันถึง 76 ของนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนชายหญิงอายุ 13-14 ปี จากทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้ง 2 นักกีฬาไทยที่ได้รับคับเลือกเป็นตัวแทนทีมเอเชียแปซิฟิก ร่วมโชว์ฝีมือด้วยเช่นกัน

ทวิชจับมือเอ็นบีเอ ถ่ายทอดสดการแข่งขันจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล

ทวิชจับมือเอ็นบีเอ ถ่ายทอดสดการแข่งขันจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล

ทวิชจะถ่ายทอดสดการแข่งขันเกมบาสเกตบอลของผู้เล่นเยาวชนสู่ผู้ชมทั่วโลก โดยเริ่มต้นที่รอบการแข่งขันแบบพบกันหมดในวันที่ 6-7 สิงหาคม 2562 และหลังจากนั้นจะถ่ายทอดสดรอบการแข่งขันแบบคัดออกในวันที่ 9-11 สิงหาคม 2562 ประกอบด้วย การแข่งขันแบบพบกันหมด 42 เกม การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ 12 เกม และการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ 7 เกม นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันทีมแชมป์นานาชาติหญิง และการแข่งขันในรอบเกมปลอบใจ ทุกการแข่งขันจะมีการถ่ายทอดสด ซึ่งเปิดโอกาสแฟน ๆ ได้เข้าถึงเกมการแข่งขันและสามารถแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกันได้ด้วย

เดวิด เดเนเบิร์ก รองประธานอาวุโสการกระจายสื่อโลกและกิจการธุรกิจ เอ็นบีเอ กล่าวว่า “พวกเรารอคอยที่จะได้ร่วมงานกับทวิชเพื่อให้แฟนคลับบาสเกตบอลเยาวชนได้รับชมถ่ายทอดสดจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล แชมเปี้ยนชิพ ความร่วมมือกับทวิชทำให้นักกีฬาเยาวชนกว่า 300 คน จากทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นที่รู้จักมากขึ้น”

แฟนกีฬาสามารถชมทุกแข่งขันของจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล แชมเปี้ยนชิพ ได้ที่เว็บไซต์ของทวิช https://www.twitch.tv/nba นอกเหนือจากการถ่ายทอดสด ผู้ชมยังสามารถเข้าชมย้อนหลัง ช่วยให้ผู้ชมจากทั่วทุกมุมได้ชมการแข่งขันในเวลาที่ต้องการ

ทวิชจะทำงานกับทางสมาคมอย่างใกล้ชิดเพื่อผสานนวัตกรรมใหม่ในการรับชม เช่น การวางซ้อนหน้าจอเพื่อโต้ตอบกับผู้ชมทางบ้านซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้แก่แฟนเกมใหม่ ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ในการรับชมถ่ายทอดสด

การสตรีมมิงจูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล แชมเปี้ยนชิพ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายความร่วมมือ ระหว่าง ทวิช ลีกเอ็นบีเอ และพันธมิตร โดย ทวิช ได้ทำการสตรีมการแข่งขัน NBA มากกว่า 2 ปี ทั้ง NBA G League และเกม NBA 2K League โดยในเดือนนี้ ทวิช ได้รับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีพให้เป็นผู้สตรีมการแข่งขันบาสเกตบอล สหรัฐอเมริกา

ไมเคิล อารากอน รองประธานอาวุโสด้านคอนเทนต์ของ ทวิช กล่าวว่า “ทวิช เปรียบเสมือนเป็นคอมมูนิตี้สร้างความบันเทิงแบบมัลติเพลเยอร์ และพวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ถ่ายทอดสดการแข่งขันซึ่งแฟนคลับสามารถเชียร์ผู้เล่นที่เขาชื่นชอบได้เลยอีกด้วย การร่วมมือของเรากับเอ็นบีเอ เป็นหนึ่งความบันเทิงที่นอกเหนือจากวงการเกม ทำให้เราเข้าใจถึงความชื่นชอบของวงการแวดล้อมของเอ็นบีเอด้วยเช่นกัน จูเนียร์ เอ็นบีเอ โกลบอล แชมเปี้ยนชิพ จะเป็นการแข่งขันที่พิเศษอย่างแน่นอน”

ด้านนักกีฬาไทยได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมเอเชียแปซิฟิก จำนวน 2 คน ได้แก่ โอ๊ต หรือธิคุณ ศรีพระเวียง อายุ 14 ปี โรงเรียนแสนสุข จ.ชลบุรี และด.ญ สุภาวดี อุปถัมภ์ หรือ ฟิวส์ อายุ 14 ปี จ. สงขลา ร่วมกับเพื่อนนักกีฬาอีก 18 คน จาก 10 ประเทศในภูมิภาคจะทำการแข่งขันร่วมกับทีมจูเนียร์เอ็นบีเอ จากภูมิภาคต่างๆ โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มนักกีฬาทีมสหรัฐอเมริกาและกลุ่มนักกีฬาทีมนานาชาติ แต่ละทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด จากนั้นจะเป็นการแข่งขันแบบแพ้ครั้งเดียวคัดออก ผู้ชนะจากกลุ่มสหรัฐอเมริกาและกลุ่มนานาชาติจะพบกันอีกครั้ง ในแมช โกลบอล แชมเปี้ยนชิพ เกมส์ ในวันที่ 11 สิงหาคม 2562 โดยสามารถชมผ่าน เว็บไซต์สตรีมอย่างเป็นทางการ: http://twitch.tv/nba

บริษัทที่มีอายุน้อย คือกุญแจสำคัญที่แยกเราจากคู่แข่ง

นายเหลย จวิน ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และซีอีโอของ เสียวหมี่ ได้เผยแพร่จดหมายขอบคุณฉบับนี้ หลังจากเสียวหมี่ได้ติดทำเนียบการจัดอันดับใน “Fortune Global 500” ประจำปี 2019 โดยเสียวหมี่ ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2010 และได้รับการจัดอันดับใน Global 500 เป็นครั้งแรก ในอันดับที่ 468 และยังเป็น บริษัทที่มีอายุน้อย ทั้งการก่อตั้งและระยะเวลาในการดำเนินกิจการน้อยที่สุดในบรรดาบริษัทที่ถูกจัดอันดับอีกด้วย ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญสำหรับ นายเหลย จวิน เจ้าของตำแหน่งนักธุรกิจแห่งปีแต่งตั้งโดยนิตยสารฟอร์บส เมื่อปีค.ศ. 2014 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เสียวหมี่ ภายใต้การนำของนายเหลย จวิน ได้สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาเทคโนโลยีเปี่ยมคุณภาพให้กับผู้คนกว่า 80 ประเทศ และภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

บริษัทที่มีอายุน้อย คือกุญแจสำคัญที่แยกเราจากคู่แข่ง

บริษัทที่มีอายุน้อย คือกุญแจสำคัญที่แยกเราจากคู่แข่ง

เสียวหมี่ในฐานะบริษัทที่มีอายุน้อย คือกุญแจสำคัญที่แยกเราจากคู่แข่ง – สารจากประธานกรรมการเสียวหมี่ สวัสดีพี่น้องเสียวหมี่ที่รักทุกท่าน นิตยสารฟอร์จูนพึ่งประกาศผลการจัดอันดับ “Fortune Global 500” ประจำปี 2019 ซึ่งปีนี้เสียวหมี่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

โดยเสียวหมี่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 468 และยังติดหนึ่งใน 7 ของประเภทบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตและการค้าปลีกระดับโลก ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่มีอายุการก่อตั้งและระยะเวลาในการดำเนินกิจการน้อยที่สุด โดยไม่รวมบริษัทที่พึ่งควบรวมกิจการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในบรรดาบริษัททั้งหมดที่อยู่ในการจัดอันดับ Global 500 ประจำปีนี้ ถือว่าเราได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อ 9 ปีก่อน

เราได้ผ่านการช่วงเวลาของการทำงานที่ยอดเยี่ยมราวปาฎิหาริย์ และการติดอันดับบริษัท “Fortune Global 500” ในครั้งนี้ถือเป็นการสรุปภาพรวมการเดินทางของเราที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยนับตั้งแต่การเริ่มต้นของอุตสาหกรรมโทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกำลังเริ่มเติบโต เราได้นำเสนอรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่นและทรงพลัง รวมถึงยังเป็นผู้นำแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและเหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อีกทั้งยังคงมุ่งมั่นในการสานต่อปณิธานการดำเนินธุรกิจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและนวัตกรรมขั้นสูง ในราคาที่จริงใจและซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานอันแข็งแกร่งสู่ความสำเร็จที่ผ่านมาทั้งหมดของเรา

เสียวหมี่ได้รับข่าวดีถึงสองข่าวในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในบริษัท Global 500 และการเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเราเมื่อไม่นานมานี้ ผมจึงใคร่ขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อมิตรสหายที่รักของเรา ที่เชื่อมั่นและยืนเคียงข้างเรา รวมถึงคอยให้ความช่วยเหลือและผลักดันให้เราพัฒนายิ่งขึ้นเสมอมา

ประการแรก ผมขอขอบคุณผู้ใช้งานและ Mi Fans หลายร้อยล้านคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก ที่มอบความไว้วางใจและกำลังใจมหาศาลให้กับเราตลอดมา ประการที่สอง ผมขอขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจของเรา ที่ให้การสนับสนุนเรามาอย่างต่อเนื่อง หากปราศจากการสนับสนุนจากท่าน เสียวหมี่ที่เริ่มต้นจากกลุ่มคนเล็กๆ เพียง 15 คนคงไม่สามารถขึ้นมาเป็นบริษัท Global 500 ได้อย่างทุกวันนี้ รวมถึงขอขอบคุณผู้ร่วมลงทุนทุกท่านที่เข้าใจและอดทนเฝ้าดูเราเติบโต รวมถึงให้การสนับสนุน ยิ่งไปกว่านั้นเราต้องขอขอบคุณบริษัทที่ร่วมแข่งขันกับเรา ขอบคุณที่เป็นแรงจูงใจและสอนให้เรามองไปข้างหน้า ทุกบริษัทเป็นเสมือนเพื่อนที่ดีที่สุดของเราจริงๆ

สุดท้ายนี้ ผมขอชื่นชมทุกคนที่ทำงานที่เสียวหมี่ และสมาชิกในครอบครัวของทุกคนที่ให้การสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม การที่เราประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้อาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกัน และเพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมจากใจ เรามีของขวัญสุดพิเศษที่อยากมอบให้กับเพื่อนผู้ร่วมงานของเราทั้ง 20,538 คน รวมถึงทีมงานหลักจากพันธมิตรของเรา

โดยทุกท่านจะได้รับหุ้นของเสียวหมี่จำนวน 1,000 หุ้น โดย 500 หุ้น มอบให้เพื่อฉลองในโอกาสที่เสียวหมี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัท Global 500 และอีก 500 หุ้นเป็นของขวัญที่มอบให้กับสมาชิกในครอบครัวและคนรัก และพันธมิตรของเราที่ได้ให้การสนับสนุนการทำงานของพนักงานของเราด้วยดีตลอดมา

ถึงเราจะดีใจและซาบซึ้งมากแค่ไหน แต่เราต้องไม่หยุดและก้าวต่อไปข้างหน้า แม้ว่าการจัดอันดับ Global 500 จะใช้เกณฑ์วัดจากผลประกอบการ และเราได้เติบโตกลายมาเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังต้องทำเพื่อให้เราพัฒนาให้ธุรกิจก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก โดยตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ารูปแบบในการดำเนินธุรกิจของเสียวหมี่ มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมเพียงใด จนสามารถทำให้เราก้าวไปสู่จุดสูงสุดในการดำเนินธุรกิจได้ ทว่าเสียวหมี่ไม่ได้ก่อตั้งมาเพื่อให้พอใจกับคำชื่นชมเพียงอย่างเดียว เราจะยังคงทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุความเป็นเลิศให้ได้

จากการที่เป็นบริษัทที่มีอายุการก่อตั้งและระยะเวลาในการดำเนินกิจการน้อยที่สุดที่ได้รับการจัดอันดับ Global 500 ในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเข้มแข็งของเรา โดยได้รับการจัดอันดับร่วมกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ฉะนั้นการที่เรายังมีอายุน้อย จึงเป็นการที่เราสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น ด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน ผมขอเชิญชวนให้พนักงานของเราทุกคนเตรียมพร้อมที่จะเผชิญความเป็นไปได้อย่างไม่มีสิ้นสุดที่รอคอยพวกเราอยู่ข้างหน้า วิสัยทัศน์ของเราในการเป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมตั้งอยู่บนพื้นฐานการประสบความสำเร็จที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอน ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาและความสามารถอันเยี่ยมยอดของพวกเรา ในการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

พี่น้องชาวเสียวหมี่ที่รักยิ่งทุกท่าน หนทางที่เต็มไปด้วยความยากลำบากมักจะนำพาเราไปสู่ปลายทางที่สวยงาม ดังนั้นเราจะต้องทำตามความฝัน และตั้งมั่นในพันธกิจของเราเพื่อสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมคุณภาพให้ทุกคนบนโลก และทำให้เสียวหมี่เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดต่อไป

การลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

ทำไมคุณถึงลาออก ?” หนึ่งในคำถามสัมภาษณ์งานที่ถูกถามมากที่สุดทั้งจากฝ่ายบุคคลบริษัทเดิมและบริษัทใหม่ซึ่งส่วนมากจะบอกถึงการได้งานใหม่หรือไม่ก็ออกไปทำธุรกิจส่วนตัว ฟรีแลนซ์ แต่เชื่อเถอะว่า การลาออกเพราะหัวหน้า คืออีกเหตุผลหลักที่ผู้ที่เปลี่ยนงานไม่ยอมบอกแก่คุณ

การลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

การลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

หัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในชีวิตการทำงานของเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานต่างๆ อนุมัติการลา โปรโมตคุณให้เลื่อนตำแหน่งเพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นในด้านการทำงานและรักษาแรงจูงใจด้านบวกแก่ทีมเอาไว้ นั่นคือหัวหน้าในอุดมคติของหลายๆคน แต่ถ้าหากคุณไม่ได้รับโอกาสดังกล่าวที่ว่ามาจากหัวหน้างานของคุณ มีทางเดียวที่จะออกจากความอึดอัดและไม่มีตัวตนนี้คือการเลือกลาออกดีกว่าถึงแม้คุณจะไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆกับบริษัทของคุณ เพราะความเครียดล้วนเป็นส่วนที่ทำให้เกิดสภาวะหมดไฟในการทำงานอีกด้วย
และนี่คือสาเหตุที่ทำไมคุณถึงเลือกลาออกเพราะหัวหน้างาน

การเมืองในองค์กร
แม้ว่าคุณจะรักงานที่คุณทำและหน้าที่ในสายงานของคุณ แต่ท้ายที่สุดการลาออกคือสิ่งที่่คุณเลือก เพียงเพราะเหตุผลการเมืองภายใน โดยเฉพาะเมื่อมีการซุบซิบนินทาและเมาท์กันต่อทุกเรื่องราวส่วนตัว มีการให้รางวัลพิเศษและเลือกปฏิบัติแก่คนที่รักมักที่ชัง มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเพื่อสร้างอิทธิพลอีก ทำงานไประแวงไปแบบนี้ไม่ดีเลย

ขโมยความดีความชอบ
เหมือนเอาพล็อตเรื่องจากภาพยนตร์มาใส่ในชีวิตจริง แต่หลายๆคนก็ต้องพบกับคนที่จ้องจะขโมยความดีความชอบจากคนอื่น แม้ว่าคุณจะทำงานทุกๆอย่างด้วยตัวคุณเองมาตั้งแต่แรกเริ่ม สุดท้ายหัวหน้าคุณเป็นคนหยิบชิ้นปลามันไปกินเองโดยไม่ได้ให้เครดิตคนที่ทุ่มเทแรงกายใจแม้แต่นิดเดียว เจอคนขี้ขโมยงานแถมยังเป็นหัวหน้าคุณอีก แล้วคุณจะทนไหวได้ยังไงล่ะ

แค่อยากหลีกหนีความวุ่นวายดุจสงครามและหาความสงบ
หลายคนลาออกจากงาน เพราะหัวหน้างานล้วนๆ แม้ว่าจะชอบหรือรักงานมากแค่ไหน แต่หัวหน้างานกลับทำให้คุณเหมือนตกอยู่ในนรกสำหรับทุกๆวันทำงาน กลับไปที่บ้านคุณก็ยังมีความเครียดเก็บไปนอนฝันต่อและทำให้แทบไม่อยากลุกออกไปทำงานในแต่ละวัน บางคนเลือกลาออกโดยไม่หางานล่วงหน้าเพื่อออกมาพักผ่อนสมองและจิตใจก็มีให้เห็นอยู่เยอะไป

เมื่อหัวหน้า ทำลาย ความมั่นใจของคุณ
หัวหน้างานที่จ้องจับผิดลูกน้องไปทุกอย่าง และทำให้ทุกๆคนทำงานยากลง กดหัวคนอื่นให้ต่ำลงด้วยการดูถูกความสามารถของคนอื่น ทำให้เสียความมุ่งมั่นในการทำงานไปจนหมด ไม่ว่าคุณจะทำงานแบบไหน คุณก็จะรู้สึกว่าตัวเองต้องได้รับคอมเมนท์จากหัวหน้าของคุณให้ปรับปรุงไปซะทุกอย่าง การอยู่ด้วยความหวาดระแวงแบบนี้ ไม่นานคุณก็คงลาออกเช่นกัน

กฎระเบียบยิ่งกว่าอยู่ในคุก
หลายต่อหลายคนทนไม่ไหวกับกฎระเบียบในการทำงานของหัวหน้างานที่ฟังดูไม่สามารถทำได้จริง เช่น การกำหนดเส้นตายในการทำงานแบบวันต่อวัน ทำให้พนักงานต้องทำโอทีข้ามวันข้ามคืน ตามด้วยการประเมินที่ให้คะแนนต่ำหากไม่สามารถทำงานได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ นี่ที่ทำงานหรือคุกกันแน่ถามจริงๆเถอะ!

ยังมีอีกหลายเหตุผล ที่พนักงานไม่ได้แจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งความไม่ยุติธรรมที่เกิดในองค์กร หรือเรื่องของพนักงานด้วยกันเองที่ทุกคนล้วนส่ายหน้า ยังไงก็ขอให้วางแผนเรื่องการหางานให้ดี ไม่ว่าจะเป็นได้งานใหม่แล้วค่อยลาออก หรือลาออกแล้วค่อยหางานใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่กระทบกับการทำงานในที่ใหม่ครับ

ออเนอร์ แนะนำเทรนด์แฟชั่น Mix & Match ยังไงให้เป็นที่น่าชวนมอง

ต้องบอกก่อนเลยว่าช่วงนี้การแต่งกายในโทนสีเดียวดูเหมือนจะเอาท์ไปแล้ว และถ้าถามว่าเทรนด์ไหนมาแรงแซงโค้งที่สุดในชั่วโมงนี้ จะเป็นอะไรเลยไม่ได้นอกจาก “แฟชั่นสีทูโทน” แฟชั่นใหม่ของสายสตรองที่จะทำให้การแต่งตัวของคุณเป็นเรื่องที่สนุกและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพียงแค่คุณแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ในแบบฉบับของสาวกสายทูโทน เพียงเท่านี้การแต่งตัวก็จะกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ไม่จืดชืดจำเจอีกต่อไป หากใครยังนึกภาพไม่ออกว่าจะแต่งตัวแบบแฟชั่นทูโทนได้อย่างไรให้ออกมาเก๋ วันนี้ออเนอร์มาแนะนำไอเดียง่ายๆสำหรับการแต่งตัวชิคๆมาฝากกัน !

ออเนอร์ แนะนำเทรนด์แฟชั่น Mix & Match ยังไงให้เป็นที่น่าชวนมอง

ออเนอร์ แนะนำเทรนด์แฟชั่น Mix & Match ยังไงให้เป็นที่น่าชวนมอง

เริ่มต้นกันที่เสื้อผ้าการแต่งกาย เพียงแค่คุณเลือกเสื้อผ้าสีสันสดใสมามิกซ์แอนด์แมชกัน เช่น สีม่วงและสีฟ้า หรือ สีเหลืองและสีรุ้ง เพียงเท่านี้คุณก็จะดูโดดเด่นอย่าน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนรับรองว่าใครๆ ก็ต้องเหลียว! หรือ หากยึดจากทฤษฎีแม่สีเราก็มีตัวอย่างมาฝากกัน เช่น สีน้ำเงินสด จะแต่งเป็นเดรสสีพื้น สีเดียวทั้งตัวหรือแมทช์กับสีเข้มอย่างสีดำหรือเทาก็ได้ จะช่วยให้ได้ลุคที่แซ่บฮ็อตสุดๆ ส่วนสาวกสายมุ้งมิ้งที่มีใจรักในสีชมพูก็สามารถแต่งคู่กับสีน้ำเงินเข้มหรือผ้ายีนส์ก้ได้ จะช่วยให้ได้ลุคหวานอมเปรี้ยวอย่างลงตัวสุดๆ ทั้งนี้หากคุณชอบโทนสีในแนวแบบ Tropical ให้ความสดใสซาบซ่าเหมือนสีพระอาทิตย์ ก็จัดไปสีส้มกับสีแดงประกอบกัน จัดจ้านที่สุดในย่านนี้ไปเลย!

นอกจากนี้ อีกคู่สีหนึ่งที่พลาดไม่ได้ นั่นก็คือการมิกซ์แม่สีอย่างสีฟ้าและสีเหลืองเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะในด้านเมคอัพหรือเสื้อผ้าก็ให้อารมณ์เผ็ดสะท้านถึงใจได้อย่างลงตัว และอาจเสริมลุคเบาๆด้วยเครื่องประดับ เช่น รองเท้าและกระเป๋าที่มีสีสันโดนเด่นให้ลุคเปรี้ยวเฉี่ยวอย่าบอกใคร!

ในส่วนของการแต่งหน้า สาวๆทราบกันไหมว่าการแต่งหน้าด้วยสีทูโทน อย่างเช่นการนำสีชมพู สีม่วง สีฟ้า และสีเหลืองมามิกซ์กัน แท้จริงแล้วไม่ได้น่ากลัวเสมอไป แต่คุณสามารถเลือกสีที่แตกต่างกันมามิกซ์แอนด์แมชกันให้เข้ากันได้อย่างลงตัวแบบน่าเหลือเชื่อ เช่น การนำสีม่วงมาผสมผสานไปกับสีฟ้าน้ำทะเล ให้ลุคสายตาอันลึกลับน่ามองชวนหลงใหลเป็นที่สุด! แต่แนะนำว่าหากทาดวงตาด้วยสีจัดๆต้องอย่าลืมทาปากสีแจ่มๆไปด้วย จะทำให้ใบหน้าของคุณดูสดใสกลมกลืนไปกับสีตาอย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อเครื่องแต่งกายพร้อม หน้าพร้อม จะขาดอีกอย่างไปไม่ได้ในการเสริมลุคทูโทนให้เก๋ไก๋ ได้แก่ การทำผมให้เป็นที่น่าจดจำด้วยการย้อมแบบสีทูโทนออมเบร (Two tone Ombre) นั่นก็คือ การทำสีผมไล่เฉดสีจากโทนสีเข้มไปสีอ่อนให้กลมกลืนกัน โดยเลือกจับคู่เฉดสีสวยๆให้เข้าคู่กัน เช่น สีม่วงไล่เฉดไปสีชมพูอ่อน หรือ สีฟ้าไล่ไปเฉดม่วงอ่อน เป็นต้น ขอบอกเลยว่านอกจากจะทำให้สีผมของคุณออกมาสวยน่ามองที่สุดแล้ว การทำสีผมแบบออมเบรยังจะทำให้ผมของคุณดูมีมิติมากขึ้นอีกด้วย!

ออเนอร์ ถือเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ตอบโจทย์เทรนด์ในยุคนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยการนำเสนอสมาร์ทโฟนแบบครบจบในเครื่องเดียว แถมยังมาพร้อมดีไซน์ไล่เฉดสีอันมีเสน่ห์โดยใช้เทคโนโลยี 3D Photolithography เน้นความรู้สึกหรูหราและสะท้อนเฉดสีที่แตกต่างกันในหลากหลายมุมมองอย่าง HONOR 20 Lite ที่มาพร้อม สีฟ้า Phantom Blue และ สีแดง Phantom Red ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเปลี่ยนสีของเมฆที่น่าทึ่งในยามพระอาทิตย์ตกดินและพระอาทิตย์ขึ้น

ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่โด่ดเด่น HONOR 20 Lite ยังเหมาะกับสายโซเชียลชอบอัปเดตไลฟ์สไตล์ ด้วยกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 32 ล้านพิกเซล บวกกับจำนวนเมกะพิกเซลที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ไฟล์รูปภาพละเอียดแบบที่ว่าสามารถนำไปปริ้นเป็นโปสเตอร์โดยที่รายละเอียดของภาพยังคงชัดเจนและสวยงาม เต็มอิ่มกับความบันเทิงมัลติติมีเดียอย่างลื่นไหลด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB และสามารถขยายพื้นที่ได้สูงสุดถึง 512 GB เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและมิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับแฟชั่นทูโฟนได้แบบชิคๆอีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจ HONOR 20 Lite วางจำหน่ายในราคาเพียง 7,990 บาท สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและโอเปอร์เรเตอร์ชั้นนำทั่วประเทศ อัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับออเนอร์ได้ที่ https://www.facebook.com/HonorThai/

วีซ่า ผนึก LINE Pay สร้างฟินเทคโซลูชั่นและบัตรชำระเงินดิจิทัล

วีซ่า ผู้นำด้านระบบการชำระเงินระดับโลก ร่วมกับ ไลน์ คอร์เปอเรชั่น (LINE Corporation) ผู้ให้บริการด้านฟินเทค (FinTech) และดิจิตอลวอลเลท (Digital Wallet) บนแอพพลิเคชั่นไลน์ ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ด้านบริการทางการเงินบนแอพพลิเคชั่นให้แก่ผู้บริโภคและร้านค้านับล้านทั่วโลก[1]

วีซ่า ผนึก LINE Pay สร้างฟินเทคโซลูชั่นและบัตรชำระเงินดิจิทัล

วีซ่า ผนึก LINE Pay สร้างฟินเทคโซลูชั่นและบัตรชำระเงินดิจิทัล

โดยทั้งสองบริษัทประกาศที่จะร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

· การใช้จ่ายของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน: สำหรับผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น LINE กว่า 187 ล้านรายทั่วโลกจะสามารถสมัครบัตรวีซ่าในรูปแบบดิจิทัลได้ผ่านแอพฯโดยตรง ซึ่งในอนาคตจะสามารถเพิ่มบัตรวีซ่าที่ถืออยู่เข้าไปยังดิจิตอลวอลเลท เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการชำระเงินแบบไร้รอยต่อบนสมาร์ทโฟน นอกจากนั้นทั้งสองบริษัทจะร่วมกันต่อยอดโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ (Loyalty Program) ต่าง ๆ สำหรับลูกค้า สิทธิประโยชน์ และโซลูชั่นการชำระเงินสำหรับการเดินทางในต่างประเทศ

โซลูชั่นสำหรับร้านค้า: ผู้ใช้บริการ LINE Pay จะสามารถใช้บริการชำระเงินในเครือข่ายร้านค้าของวีซ่า ที่มีอยู่กว่า 54 ล้านร้านค้าทั่วโลก ไปพร้อมกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และบริการและจาก LINE Pay อีกด้วย โดยผู้บริโภคจะสามารถตรวจการทำธุรกรรมได้ผ่านดิจิตอลวอลเลทของ LINE Pay ถึงแม้ว่าในบางสถานที่จะไม่รับบริการชำระผ่าน LINE Pay โดยตรง นอกจากนี้ วีซ่า และ LINE Pay ยังจะร่วมมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ร้านค้าเพื่อรองรับการชำระเงินผ่าน LINE Pay และ ดิจิตอลวอลเลทของ LINE Pay เพื่อขยายเครือข่ายการชำระเงินระหว่างกันทั่วโลก
การบริการฟินเทค: LINE Pay และ วีซ่า จะร่วมพัฒนาประสบการณ์รูปแบบใหม่บนบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อรองรับการชำระเงินระหว่างหน่วยงานธุรกิจ (B2B) การชำระเงินแบบข้ามพรมแดน และการทำธุรกรรมการเงินทางเลือก
การตลาด: วีซ่า และ LINE Pay จะร่วมผลักดันแคมเปญทางการตลาด และโปรโมชั่นต่าง ๆ ทั้งในช่วงก่อน และหลังการจัดงานโอลิมปิกที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมไร้เงินสด

แอพพลิเคชั่นส่งข้อความ (Messaging Applications) เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดดิจิตอลคอมเมิร์ซ เนื่องจากผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่กับแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ซึ่งการผนวกบริการการชำระเงินเข้ากับแอพพลิเคชั่นจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ประสงค์จะใช้งานเพียงแอพพลิเคชั่นเดียวในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การโอนเงิน การซื้อสินค้าออนไลน์ การจ่ายบิล การจองที่พัก หรือแม้กระทั่งการสั่งอาหาร ดังนั้นความร่วมมือกันระหว่าง LINE และ วีซ่า จะตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อสำหรับผู้ใช้งานหลายล้านราย ทั้งยังช่วยผลักดันให้เกิดการขยายตัวของการชำระเงินแบบเปิด และการทำงานระหว่างหน่วยงานในระดับโลก

สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่าง วีซ่า และ LINE Pay ซึ่งรวมถึงความร่วมมือในการออกบัตร LINE Pay วีซ่าในประเทศไต้หวัน และในช่วงปลายปี 2019 ในประเทศญี่ปุ่น

คริส คลาร์ก ประธานบริหารวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “โปรแกรมที่ทำร่วมกันเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในไต้หวันกว่า 2.3 ล้านรายในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่เติบโตเร็วที่สุดระดับโลก และเรายินดีที่ได้ขยายโซลูชั่นนี้ไปยังตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก นอกจากนั้น เรายังประทับใจในขีดความสามารถและความนิยมของ LINE และยินดีที่ได้ร่วมมือเพื่อผลักดันการเติบโตของระบบการชำระเงินแบบเปิดทั่วโลก โดยเราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในเครือข่ายของเราไม่ว่าจะเป็น ผู้บริโภค ร้านค้า และ ธนาคารผู้ออกบัตร และรับบัตร เป็นต้น”

“LINE Pay เป็นมากกว่ารูปแบบการชำระเงิน ในขณะที่เราก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด LINE Pay จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ใช้งาน LINE ทั่วโลก นอกจากนั้น ผู้ใช้ LINE Pay จะสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเครือข่ายระดับโลกของวีซ่าได้อีกด้วย” ยงซู โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE Pay และ LINE Fintech Company

ในขณะที่รูปแบบการชำระเงินขยายตัวจากบัตรพลาสติกแบบดั้งเดิม เข้าสู่การชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และการชำระเงินรูปแบบดิจิตอลอื่น ๆ วีซ่าได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อเพิ่มประสบการณ์การชำระเงินใหม่ให้แก่ผู้บริโภคผ่านบัตรในรูปแบบดิจิตอล และขยายเครือข่ายสร้างพันธมิตรกับผู้เล่นใหม่ๆ ซึ่งรวมไปถึงโปรแกรม วีซ่า ฟินเทค ฟาสแทรค (Visa Fintech Fast-track programme) ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรเข้าร่วมพัฒนาบริการใหม่ ๆ บนเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่า

โปรแกรมฟรี Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง

โปรแกรมบันทึกเสียงสำหรับใช้กับงานต่างๆ เป็นอะไรที่ใช้งานได้ยากมาก แต่วันนี้แอดมินมีโปรแกรมบันทึกเสียงและแปลงไฟล์เสียงได้ในตัวมาฝากกัน โปรแกรมนี้มีชื่อว่า โปรแกรมฟรี Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง ที่มีขนาดเล็กสามารถดาวน์โหลดแล้วกดติดตั้งได้ทันที รองรับการทำงานกับ Windows 7 ขึ้นไปอีกด้วย เพียงแค่เตรียมอุปกรณ์อย่างไมโครโฟนเสียบกับคอมพิวเตอร์แค่นั้นเอง

โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง

โปรแกรมฟรี Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง

โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free เป็นโปรแกรมบันทึกเสียง (Audio Recorder) หรือเรียกว่า อัดเสียง จากค่ายผู้พัฒนาเจ้าเก่าเจ้าเดิม Ashampoo ที่สร้างสรรคโปรแกรมชื่อดัง ความสามารถหลักของโปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free เหมาะกับการใช้บันทึกเสียงเกือบทุกประเภทจากคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เสียงพูด เสียงเพลง เสียงเครื่องดนตรี เสียงร้อง ฯลฯ โดยรองรับไมโครโฟนทุกประเภททั้ง ตั้งโต๊ะ ติดหูฟัง พร้อมกับได้ยินเสียงไปพร้อมกัน และบันทึกเสียงจากซอฟต์แวร์ภายในตัวเอง แถมอัดแยกเฉพาะซอฟต์แวร์ได้ด้วย

ส่วนฟีเจอร์ใช้งานของ โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free ก็ครบเครื่องมากๆ ทั้งใช้อัดเสียง บันทึกเสียง แปลงไฟล์เสียง และตัดต่อเสียงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตัวไฟล์ที่รองรับก็มี MP3, WMA, OGG, WAV, FLAC, OPUS, APE รวมถึงไฟล์เสียงจากวีดีโออีกด้วย ด้านหน้าตาการใช้งาน (User Interface) โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทั่วไป ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย มีปุ่มกดน้อยมากจนนับนิ้วได้ มีการแบ่งหน้าต่างออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ฝั่งซ้ายที่เป็นรายการไฟล์เสียงที่อัดไว้แล้ว ส่วนตรงกลางเป็นปุ่มกดอัดเสียงอันใหญ่ กดยังไงก็โดน ส่วนด้านล่างเป็นแถบเครื่องมือสำหรับเล่นเสียงที่เคยอัดไว้แล้ว หากต้องการตั้งค่าเสียงก็กดรูปฟังเฟืองที่มุมขวาล่างได้เลย

ทั้งยังมีความสามารถในการตัดต่อเสียง เอาเสียงแต่ละส่วนมาเชื่อมกันได้ หรือแม้กระทั่งแปลงไฟล์เสียงเพื่อใช้กับงานอื่นๆ ได้เช่นกัน ทำให้โปรแกรมตัวนี้ทำงานเกี่ยวกับเสียงหรือ Sound Effect ได้ค่อนข้างดี และยังนำไปใช้กับงานประเภทวีดีโอต่างๆ ได้ด้วย เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่มองหาโปรแกรมอัดเสียงใช้งานฟรี แนะนำโปรแกรมตัวนี้เลยโดยทางทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบฟรีๆ (Freeware)

ผู้ช่วย HUAWEI Assistant อัจฉริยะของผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย

หัวเว่ยนำเสนอผู้ช่วยอัจฉริยะ HUAWEI Assistant สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นที่รองรับ EMUI 8.1 ขึ้นไป ซึ่งรวมไปถึง HUAWEI P30 Series โดยมี ผู้ช่วย HUAWEI Assistant มาพร้อมคุณสมบัติที่หลากหลาย อาทิ News, SmartCare, Instant Access และ Global Search ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเพียงเลื่อนนิ้วไปด้านขวาเมื่ออยู่ที่หน้าโฮม

ผู้ช่วย HUAWEI Assistant อัจฉริยะของผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย

ผู้ช่วย HUAWEI Assistant อัจฉริยะของผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย

คุณสมบัติ Global Search ช่วยให้ผู้ใช้ HUAWEI P30 Series สามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการ เช่น แอพพลิเคชั่น รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อความ หรืออีเมล์ได้โดยง่าย เพียงแค่ใส่คำค้นลงในช่องค้นหา เมื่อใส่คำค้นแล้วระบบจะแสดงผลการค้นหาขึ้นมา คุณสมบัตินี้จึงช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำตำแหน่งของแอพพลิเคชั่น ไฟล์ รายชื่อผู้ติดต่อ หรือข้อความแต่อย่างใด

คุณสมบัติ Instant Access ระบบจะสร้าง Shortcuts ของแอพพลิเคชั่นที่สำคัญหรือใช้งานบ่อยได้สูงสุด 4 ช่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถสลับ แก้ไข หรือปรับแต่ง Shortcuts ได้ตามต้องการเพียงการลากและวาง Shortcuts นั้นๆ ทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series สามารถสังเกตพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของตนเอง และสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับคุณสมบัติ SmartCare จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการแสดงข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน 4 อย่าง ได้แก่ สิ่งที่ต้องทำ, สภาพอากาศ, พฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟน และการใช้งานข้อมูล โดยผู้ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series จะสามารถวางแผนสิ่งที่ผู้ใช้จำเป็นต้องทำล่วงหน้าได้ อีกทั้งยังสามารถรับการแจ้งเตือนสิ่งที่ต้องทำให้ผู้ใช้รับทราบล่วงหน้าได้จากระบบ นอกจากนี้ยังสามารถทราบสภาพอากาศล่าสุด รวมถึงพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์ได้ที่แถบแสดงสภาพอากาศ หากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ระบบก็สามารถแจ้งเตือนให้ทราบได้เช่นกันและผู้ใช้ยังสามารถทราบถึงพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของตนเองได้ที่แถบแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานสมาร์ทโฟนในวันนั้นๆ อย่างละเอียดว่าผู้ใช้ได้ใช้คุณสมบัติใดของสมาร์ทโฟนไปบ้าง และยังแสดงข้อมูลใช้งานแบบตามแอพลิเคชั่นได้อีกด้วย โดยระบบจะมีการรวบรวมข้อมูลและแสดงปริมาณข้อมูลที่ผู้ใช้ได้ใช้ในเดือนนั้นๆ เพื่อให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเหมาะสม
ผู้ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series ไม่ต้องกลัวพลาดทุกข่าวและเหตุการณ์สำคัญ เพราะคุณสมบัติ Assistant News จะทำให้ผู้ใช้สามารถรับทราบข่าวสารล่าสุดได้ทุกที่ทุกเวลาจะเห็นได้ว่า คุณสมบัติของผู้ช่วยอัจฉริยะ HUAWEI Assistant ถือเป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series ได้อย่างแท้จริง

Uniq และ Energea ลุยตลาดเสริมทัพ หวังดันรายได้สิ้นปี

โชว์ผลการดำเนินงานปี 2561 สุดยอดเยี่ยม โตสวนกระแสเศรษฐกิจซบ ทำรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดติดต่อกัน 2 ปีซ้อน โดยในปี 2561 เติบโต 34% กวาดรายได้จาก 344 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 468 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลุยตลาดต่อเนื่องและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ ด้วยการเปิดฉากส่งสุดยอดผลิตภัณฑ์ Accessory รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Uniq และ Energea ทั้งเคสโทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ แบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์จ่ายไฟ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย และสมรรถนะที่ทรงพลังจากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ตอบโจทย์คอ Accessories ที่ต้องการคุณภาพสุดยอดและชื่นชอบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น พร้อมเร่งสร้างการรับรู้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านการตลาดเชิงรุกทุกช่องทาง คาดดันรายได้รวมปี 2562 โตอย่างน้อย 15% ภายใต้ภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน

Uniq และ Energea ลุยตลาดเสริมทัพ หวังดันรายได้สิ้นปี

Uniq และ Energea ลุยตลาดเสริมทัพ หวังดันรายได้สิ้นปี

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จในปี 2561 ว่า “ในปี 2561 สภาพเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว แต่ในส่วนของอาร์ทีบีฯ ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าภาคภูมิใจ บริษัทฯ สามารถนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ระดับโลกที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาขยายตลาดในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องกันในช่วงสองปีที่ผ่านมา (2560-2561) โดยในปี 2561 สามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 344 ล้านบาท ส่วนในปี 2559 มีรายได้อยู่ที่ 244 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Power Solution, หูฟัง True Wireless และการกลับมาทำตลาด Beats รวมถึงการทำตลาดหูฟังและอุปกรณ์ Video Conferencing ในกลุ่ม B2B และ การขยายตลาดในฝั่ง Online นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเคสและกระเป๋าภายใต้แบรนด์ยูนีค (Uniq) ที่บริษัทฯ นำเข้ามาทำตลาดนานกว่า 10 ปี และสายชาร์จเอ็นเนอร์เจีย (Energea) ที่ทำตลาดกว่า 3 ปี ได้รับความนิยมต่อเนื่องและมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นสินค้า Accessories ที่มีทั้งนวัตกรรมและดีไซน์โดดเด่น ซึ่งในปีนี้คาดว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบรนด์จะสามารถทำยอดขายได้เติบโตต่อเนื่อง”

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้นั้น บริษัทฯ เน้นการขยายธุรกิจ จากแบรนด์สินค้าเดิมที่มีความสำเร็จในปีที่ผ่านมา โดยจะขยายความแข็งแกร่งและการจดจำในแบรนด์ให้ผู้บริโภคมากขึ้น และไปในวงที่กว้างขึ้น ด้วยการสื่อสารการตลาดเชิงรุกแบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงคุณภาพสินค้าของแบรนด์พรีเมี่ยมที่เหนือกว่าสินค้าทั่วไป โดยล่าสุดได้ส่งสุดยอดนวัตกรรมใหม่จากแบรนด์ยูนีค (Uniq) 3 คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ THE LITHOS COLLECTIVE, FLEX AND HALO และ ELEMENT MADE REAL พร้อมทั้งสายชาร์จสมาร์ทโฟนและแบตเตอรี่สำรองจากแบรนด์เอ็นเนอร์เจีย (Energea) เข้ามาทำตลาด

คุณวิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ยูนีค (Uniq) และเอ็นเนอร์เจีย (Energea) เป็นแบรนด์ Accessories ชั้นนำที่มีจุดแข็งทั้งในด้านนวัตกรรมล้ำสมัยและการออกแบบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เน้นคุณภาพ เทคโนโลยี และความทนทน จนกลายเป็นจุดขายของแบรนด์ที่ครองใจคนรุ่นใหม่มาจนถึงปัจจุบัน โดยการรุกตลาดในปีนี้ ยูนีค (Uniq) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เคสพร้อมกัน 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ THE LITHOS COLLECTIVE, FLEX AND HALO และ ELEMENT MADE REAL โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมการดีไซน์ที่สวยงาม ผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัย ที่ให้ประสิทธิภาพในการปกป้องโทรศัพท์มือถือจากการตกหล่น และกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อการใช้งานอย่างมีสไตล์

สำหรับ THE LITHOS COLLECTIVE เป็นคอลเล็คชั่นที่รังสรรค์มาจากการออกแบบพื้นผิวที่สวยงามน่าสัมผัสเพื่อมอบความหรูหราสำหรับการจัดวางในพื้นที่ทำงานของคุณอย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ โดยคอลเลคชั่น THE LITHOS COLLECTIVE จะประกอบไปด้วยเคสโทรศัพท์มือถือ, อแดปเตอร์, พาวเวอร์ ซัพพลาย และแผ่นชาร์จไร้สาย

ขณะที่ FLEX AND HALO เป็นสายชาร์จสำหรับ iPhone ที่มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่าย แต่ดูดีมีสไตล์ สามารถเก็บสายได้สะดวกไม่พันกัน พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

ส่วน ELEMENT MADE REAL เป็นเคสที่มาพร้อมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับเคสใดๆ โดยได้รับแรงบันดาลในการออกแบบมาจากความงามที่พบเห็นในโลกธรรมชาติ ผสานกับความแข็งแกร่งของเทือกเขาร็อกกี้มารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่หรูหรา ล้ำสมัย แต่ทนทานและให้ประสิทธิภาพในการปกป้องโทรศัพท์มือถือจากการตกหล่น และกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม

ขณะที่ เอ็นเนอร์เจีย (Energea) เป็นแบรนด์ Accessories จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้น ซึ่งมีทั้งที่ชาร์จไร้สาย พาวเวอร์แบงค์คุณภาพสูง และสายชาร์จที่ชาร์จเร็วและความทนทานสูง ซึ่งในวันนี้ Enegea ยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการส่งผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั้ง สายชาร์จ Power Banks และสมาร์ทอแด็พเตอร์ ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fast Charge และ แอมป์สมาร์ทที่จะช่วยให้คุณสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สำหรับ Cable เป็นสายชาร์จสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมการออกแบบที่แข็งแรงทนทานด้วยวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยม รับประกันสูงสุดถึง 10 ปี ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชั้นยอดมากมาย เช่น Lightning, USB-A, USB-C, Micro USB, Fast Charge, Super Fast Charge และ Power Delivery และมีให้เลือกหลากหลายรุ่นเพื่อให้รองรับทุกการใช้งานได้กับเคสที่หลากหลาย

ส่วน Power Banks and Power Adapters เป็นแบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์จ่ายไฟสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้ในรถยนต์ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย ทำให้สะดวกการพกพาไปในสถานที่ต่างๆ ได้แบบสบายๆ ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Super Fast Charge และ Power Delivery Power Bank ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับทุกอุปกรณ์

“แนวโน้มของตลาดอุปกรณ์เสริมและไลฟ์สไตล์ แก็ดเจ็ท ในปี 2562 คาดการณ์ว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่องแต่การเติบโตไม่มากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และความซับซ้อนทางด้านการเมือง แต่จากการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มีดีไซน์ทันสมัยและนวัตกรรมสุดล้ำเข้ามาตอบโจทย์ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และหนุนให้รายได้รวมในปี 2562 ของบริษัทฯ เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% โดยแบ่งเป็นการเติบโตจาก Power Solution ตลาด Gaming รวมถึงการทำ Video Conference และหูฟังกลุ่ม True Wireless ตลอดจนการเจาะตลาดระดับกลางถึงบนที่ชื่นชอบดีไซน์ คุณภาพ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีการเติบโต” ดร.บรรพต กล่าวทิ้งท้าย

Do and Don’t ทำอย่างไรเมื่ออยากลงทุน เลือกไม่ผิดชีวิตดี้ดี

คุณสมชายมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง เขาคิดอยากจะทำให้เงินก้อนนี้เกิดดอกออกผลขึ้นมา อย่างที่เรียกว่า “ใช้เงินให้ทำงาน” ดูบ้าง เขาครุ่นคิดอยู่นาน จะฝากธนาคาร กินดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยก็ต่ำเหลือเกิน จะซื้อสลากออมสิน ก็เป็นคนไม่มีดวงในเรื่องการลุ้นรางวัลอะไรกับเขาด้วยอาชีพ ฟรีแลนซ์ ของเขานั้น จึงคิดอยากลองลงทุนดูบ้าง ยิ่งในช่วงนี้น้ำมันแพง ถ้าได้ลงทุนในธุรกิจน้ำมันคงมีหวังได้รวยเละ เมื่อคิดได้ดังนั้น คุณสมชายจึงไปหาข้อมูลจากคุณสมศักดิ์เพื่อนรัก ผู้คร่ำหวอดในเรื่องการลงทุนมาเป็นเวลานาน ซึ่งคุณสมศักดิ์ได้ให้คำแนะนำกับคุณสมชายถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการลงทุนสมศักดิ์ : ก่อนที่นายจะลงทุนในหลักทรัพย์ไหนก็ตาม นายจำเป็นต้องรู้ถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการลงทุนเสียก่อน สิ่งที่ควรทำมีอยู่ 5 ข้อ

Do and Don’t ทำอย่างไรเมื่ออยากลงทุน เลือกไม่ผิดชีวิตดี้ดี

Do and Don’t ทำอย่างไรเมื่ออยากลงทุน เลือกไม่ผิดชีวิตดี้ดี

ต้องลงทุนอย่างมีความรู้ เพราะความไม่รู้ คือความเสี่ยง หากนายคิดจะลงทุนต้องศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนให้เข้าใจเสียก่อน ควรพิจารณา Return และ Risk คู่กันเสมอ เพราะผลตอบแทนและความเสี่ยงจะเกิดขึ้นคู่กันเสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า High Return (always come with) High Risk จะวิเคราะห์ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจความเสี่ยงไม่ได้ เพราะจะทำให้เข้าใจผิด และหลงไปกับผลตอบแทนสูงที่ดูน่าลงทุน ควรกระจายการลงทุน (Diversification) ไปในหลักทรัพย์หลายๆ ประเภท หลายๆ รายการ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะตัวของแต่ละหลักทรัพย์ลงได้
ควรจัดองค์ประกอบของหลักทรัพย์ที่ลงทุน (Portfolio) หรือ พอร์ต ให้เหมาะกับตัวเอง ทั้งด้านการเงิน lifestyle แผนการในอนาคต ที่สำคัญต้องวิเคราะห์และทำความเข้าใจตนเองอย่างรอบด้าน เพื่อจัดพอร์ตการลงทุนของตนเอง ไม่ควรลงทุนตามคนอื่น เพราะแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวและมีความต้องการแตกต่างกัน ควรตัดสินใจลงทุนอย่างสมดุล ไม่โลภและไม่ประมาทเกินไป ขณะเดียวกันก็ไม่กลัวจนเกินไป ความโลภและความประมาทมักทำให้เราเสี่ยงมากเกินไป ในขณะที่การกลัวไม่ยอมลงทุนอาจทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนเพียงพอตามที่ควรจะได้
สมชาย : แล้วสิ่งที่ไม่ควรทำล่ะ

สมศักดิ์ : สิ่งที่ไม่ควรทำมีอยู่ 3 ข้อต้องห้าม นายต้องจำไว้ให้แม่น

อย่าลงทุนตามข่าว หรือตามกระแส เพราะการลงทุนจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ควรเชื่อตามข่าวลือ แล้วลงทุนตามๆ กันไป อย่าตื่นตูมตกใจไปตามความผันผวนในระยะสั้น แต่ควรตัดสินใจลงทุนตามพื้นฐานที่แท้จริงของหลักทรัพย์ และภาวะเศรษฐกิจ อย่ายึดติดกับอดีต การลงทุนเป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยอาศัยข้อมูลจากอดีตและปัจจุบัน ไม่ใช่การลงทุนตามอดีต เพราะสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงไม่ควรยึดติดกับผลตอบแทนที่ดีหรือไม่ดีในอดีต เพราะสิ่งที่เคยเกิดขึ้น อาจจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก
การลงทุนสมชาย : อืม เข้าใจแล้วล่ะ เราจะเริ่มทำข้อแรกวันนี้เลย ขอตัวไปหาหนังสือดีๆ อ่านเพิ่มเติมความรู้เรื่องการลงทุนให้กับตัวเองก่อน ขอบใจนายมากนะ

สมศักดิ์ : เรื่องแค่นี้เอง สบายมาก มีอะไรให้ช่วยก็บอก

สมชาย : ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ จะมาถามอีกแน่นอน แล้วเจอกันนะ ขอบใจมาก

แล้วคุณสมชายก็พุ่งตรงไปยังร้านหนังสือร้านประจำด้วยความกระตือรือร้น เขาเลือกหนังสือมาหลายเล่ม และหอบกลับไปอ่านที่บ้านอย่างตั้งอกตั้งใจ

หัวเว่ยมุ่งมั่นผลักดันโลก เข้าสู่ยุคผลิตภัณฑ์อัจริยะ

สเปน –หัวเว่ยนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายที่งาน Mobile World Congress 2019 ได้แก่ โน้ตบุ๊ก HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ โน้ตบุ๊ก HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14 สมาร์ทโฟน 5 จีแบบพับหน้าจอได้ HUAWEI Mate X และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ 5 จี HUAWEI 5G CPE Pro ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ของหัวเว่ยรุ่นแรกที่ใช้ชิปเซต 5 จี Balong 5000 ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติด้านการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย ช่วยให้แนวคิดของโลกที่ทุกสมาร์ทดีไวซ์เชื่อมโยงกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใกล้เป็นจริงยิ่งกว่าที่เคย

หัวเว่ยมุ่งมั่นผลักดันโลก เข้าสู่ยุคผลิตภัณฑ์อัจริยะ

หัวเว่ยมุ่งมั่นผลักดันโลก เข้าสู่ยุคผลิตภัณฑ์อัจริยะ

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ dบิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “ผู้บริโภคยุคปัจุบันคาดหวังจะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งยุคอนาคต อันเป็นยุคที่ทุกสมาร์ทดีไวซ์สามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป พร้อมสนับสนุนการก้าวเข้าสู่ยุค 5 จีด้วยกลยุทธ์ด้านการสร้างและส่งเสริมการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมโยงกันได้อย่างครบวงจร เราพร้อมจะค่อยๆ ผลักดันให้ผู้บริโภค รวมถึงสถานประกอบการเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์ที่รองรับเครือข่าย 5 จีเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานแห่งอนาคต อันเป็นโลกที่สมาร์ทดีไวซ์ทุกชิ้นทำงานอย่างสอดประสานกันได้สู่ท้องตลาด”

HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่
ในงาน MWC 2018 หัวเว่ยภูมิใจเสนอโน้ตบุ๊ก HUAWEI MateBook X Pro รุ่นแรก ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง รองรับทุกคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อยุคใหม่ในรูปทรงที่เพรียวบาง และใช้หน้าจอแบบ FullView HUAWEI MateBook X Pro คือจุดเริ่มต้นของหัวเว่ยในการก้าวเข้าสู่ตลาดคอมพิวเตอร์โดยมุ่งหวังจะเป็นผู้นำตลาด อีกทั้งยังสะท้อนถึงยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ต้องมีขอบหน้าจอบาง และในงาน MWC ปีนี้ หัวเว่ยนำเสนอ HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ที่รักษาเอกลักษณ์ของโน้ตบุ๊กระดับเรือธง ทั้งงานออกแบบที่งดงาม และนวัตกรรมอัจฉริยะไว้เช่นเดิม โดยหัวเว่ยได้ยกระดับประสิทธิภาพและคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่นนี้ไปอีกขั้น

HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ไว้อย่างลงตัว โดยโครงสร้างแบบยูนิบอดี้ผลิตโดยใช้เทคนิค CNC และวัสดุโลหะที่ขัดผิวจนละเอียดเหมือนเนื้อทรายเพื่อความรู้สึกหรูหราขณะจับถือ โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มี 2 สีให้เลือกคือสีเงินมิสติกซิลเวอร์และสีเทาสเปซเกรย์ หัวเว่ยเลือกใช้หน้าจอแบบ Ultra FullView ขนาด 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3K โดยมีอัตราส่วนหน้าจอต่อขอบที่ร้อยละ 91 หน้าจอนี้ยังรองรับการสัมผัสแบบมัลติทัชได้สูงสุด 10 จุด อีกทั้งยังเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกของโลกที่รองรับการสั่งบันทึกภาพหน้าจอโดยใช้ท่าทางการขยับนิ้วมือ (Fingers Gesture Screenshot)[1] ช่วยให้ผู้ใช้สั่งการได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูงมากเนื่องจากใช้หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7 8565 และหน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX250 พร้อมแรม GDDR5 ขนาด 2 กิกะไบต์ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อไว-ไฟบรอดแบนด์ บลูทูธรุ่น 5.0 และมีพอร์ต ธันเดอร์โบลต์ 3 เพื่อการทำงานอย่างไร้ขีดจำกัด หัวเว่ยยังติดตั้งระบบเสียง Dolby Atmos® เพื่อประสบการณ์ด้านเสียงที่เต็มอิ่มทั้งสำหรับความบันเทิงหรือการทำงาน

หัวเว่ยยกระดับคุณสมบัติอัจฉริยะไปอีกขั้น ได้แก่ HUAWEI Share 3.0 OneHop[2] ที่ช่วยให้การถ่ายโอนระหว่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์กับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นเรื่องง่าย คุณสมบัตินี้รองรับทั้งการถ่ายโอนภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และไฟล์เอกสาร[3] นอกจากนี้การบันทึกภาพหน้าจอและการส่งภาพนั้นไปยังสมาร์ทโฟนก็ง่ายยิ่งกว่าเดิม ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับสามารถเขย่าสมาร์ทโฟน คลิก “PC HUAWEI Share” ที่คอมพิวเตอร์ ภาพของหน้าจอคอมพิวเตอร์จะส่งไปบันทึกไว้ที่สมาร์ทโฟนทันที[4] ยิ่งไปกว่านี้ หัวเว่ยยังพัฒนาระบบแบ่งปันข้อมูลจากคลิปบอร์ด (Clipboard Sharing) ของตนเอง[5] เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลที่บันทึกไว้ในคลิปบอร์ดจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ใกล้เคียงอย่างสะดวก

HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14

HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14 คือ โน้ตบุ๊กที่นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป สวยงาม อัจฉริยะ และมีความล้ำหน้าอย่างแท้จริง โน้ตบุ๊กทั้ง 2 รุ่นนี้ผสานหน้าจอแบบ FullView เข้ากับประสิทธิภาพที่เหนือระดับ จุดเด่นด้านการพกพา งานประกอบเปี่ยมคุณภาพ และรูปลักษณ์ที่งดงาม ช่วยให้ผู้ใช้ทำทุกอย่างได้ในโลกที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทั้ง 2 รุ่นนี้จะพัฒนาเพื่อผู้บริโภคทั่วไป แต่ก็มีคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อที่ทันสมัยเทียบเท่าโน้ตบุ๊กสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพ เช่นการรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ ได้ดั่งใจ

HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14 พัฒนาสำหรับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่โดยเฉพาะใช้หน้าจอแบบ FullView ที่มีอัตราส่วนการแสดงผลที่ 3:2 ที่เอื้อกับการสร้างสรรค์งานยุคใหม่ ทั้งยังมีขอบหน้าจอบาง รองรับการสัมผัสแบบมัลติทัชสูงสุด 10 จุด และรองรับการสั่งบันทึกภาพหน้าจอโดยใช้ท่าทางการขยับนิ้วมือ[6] ซึ่งสอดรับกับธรรมชาติของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
HUAWEI MateBook 14 ผลิตขึ้นตามแนวคิดเดียวกับโน้ตบุ๊กรุ่นก่อนหน้าของหัวเว่ย คือมีหน้าจอแบบ FullView

ผลิตอย่างพิถีพิถัน มีรูปลักษณ์ที่งดงาม และมีประสิทธิภาพสูง โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอ 14 นิ้วจากคุณสมบัติของหน้าจอที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพระดับสูงสุด รวมไปถึงคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อที่เป็นที่หนึ่ง ใช้หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7-8565U รุ่นที่ 8 และหน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX250 มีช่องพัดลมระบายอากาศที่ได้แรงบันดาลใจมาจากครีบของปลาฉลาม ช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น แบตเตอรี่แบบมาตรฐานความจุ 57.4 วัตต์พร้อมระบบประหยัดพลังงานนั้นช่วยรองรับการใช้งานได้ตลอดวัน

HUAWEI MateBook 13 ใช้หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7-8565U processor รุ่นที่ 8 และหน่วยประมวลผลกราฟิก the NVIDIA® GeForce® MX150 ช่องพัดลมระบายอากาศ HUAWEI Shark Fin Fans 2.0 ที่ได้ แรงบันดาลใจมาจากครีบของปลาฉลาม ช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น ไร้เสียงหมุนของพัดลมแม้จะกำลังทำงานด้วยความเร็วสุงสุด คอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่นนี้ใช้หน้าจอแบบ FullView ที่มีอัตราส่วนการแสดงผลที่ 3:2 มีอัตราส่วนหน้าจอต่อขอบหน้าจอที่ร้อยละ 88 และรองรับการสัมผัสแบบมัลติทัชสูงสุด 10 จุด

ทั้งสองรุ่นมาพร้อม HUAWEI Share 3.0 พร้อม OneHop และระบบแบ่งปันข้อมูลจากคลิปบอร์ด [7] ช่วยให้การแบ่งปันข้อมูลจากสมาร์ทโฟนไปยังคอมพิวเตอร์หรือกลับกันเป็นไปได้โดยง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากสำหรับผู้ใช้รุ่นใหม่ เช่น นักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาหรือพนักงานรุ่นใหม่ขององค์กร เช่น การสั่งบันทึกภาพหน้าจอโดยใช้ท่าทางการขยับนิ้วมือ [8] คุณสมบัติ Fingerprint Button 2.0 ระบบเสียงDolby Atmos® และอื่นๆ อีกมาก เหมาะสมกับการทำงานนอกสถานที่ และการส่งต่อหรือแบ่งปันข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ

5G Foldable Smartphone: HUAWEI Mate X

HUAWEI Mate X คือจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนแห่งยุคอนาคต อีกทั้งยังเป็นเครื่องสะท้อนหัวใจของสมาร์ทโฟนตระกูล Mate ได้เป็นอย่างดี สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ผสานทั้งเทคโนโลยี 5 จี แนวคิดสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอพับได้ ปัญญาประดิษฐ์ และส่วนต่อประสานผู้ใช้แบบไม่เหมือนใครเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ จากสมาร์ทโฟนแนวคิดใหม่

SocialNetworkDownload.com © 2014 Frontier Theme