SocialNetworkDownload.com

แหล่งรวมโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์ค สังคมออนไลน์ เอาไว้มากที่สุด

Huawei

ผู้ช่วย HUAWEI Assistant อัจฉริยะของผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย

หัวเว่ยนำเสนอผู้ช่วยอัจฉริยะ HUAWEI Assistant สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นที่รองรับ EMUI 8.1 ขึ้นไป ซึ่งรวมไปถึง HUAWEI P30 Series โดยมี ผู้ช่วย HUAWEI Assistant มาพร้อมคุณสมบัติที่หลากหลาย อาทิ News, SmartCare, Instant Access และ Global Search ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเพียงเลื่อนนิ้วไปด้านขวาเมื่ออยู่ที่หน้าโฮม

ผู้ช่วย HUAWEI Assistant อัจฉริยะของผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย

ผู้ช่วย HUAWEI Assistant อัจฉริยะของผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย

คุณสมบัติ Global Search ช่วยให้ผู้ใช้ HUAWEI P30 Series สามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการ เช่น แอพพลิเคชั่น รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อความ หรืออีเมล์ได้โดยง่าย เพียงแค่ใส่คำค้นลงในช่องค้นหา เมื่อใส่คำค้นแล้วระบบจะแสดงผลการค้นหาขึ้นมา คุณสมบัตินี้จึงช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำตำแหน่งของแอพพลิเคชั่น ไฟล์ รายชื่อผู้ติดต่อ หรือข้อความแต่อย่างใด

คุณสมบัติ Instant Access ระบบจะสร้าง Shortcuts ของแอพพลิเคชั่นที่สำคัญหรือใช้งานบ่อยได้สูงสุด 4 ช่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถสลับ แก้ไข หรือปรับแต่ง Shortcuts ได้ตามต้องการเพียงการลากและวาง Shortcuts นั้นๆ ทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series สามารถสังเกตพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของตนเอง และสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับคุณสมบัติ SmartCare จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการแสดงข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน 4 อย่าง ได้แก่ สิ่งที่ต้องทำ, สภาพอากาศ, พฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟน และการใช้งานข้อมูล โดยผู้ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series จะสามารถวางแผนสิ่งที่ผู้ใช้จำเป็นต้องทำล่วงหน้าได้ อีกทั้งยังสามารถรับการแจ้งเตือนสิ่งที่ต้องทำให้ผู้ใช้รับทราบล่วงหน้าได้จากระบบ นอกจากนี้ยังสามารถทราบสภาพอากาศล่าสุด รวมถึงพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์ได้ที่แถบแสดงสภาพอากาศ หากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ระบบก็สามารถแจ้งเตือนให้ทราบได้เช่นกันและผู้ใช้ยังสามารถทราบถึงพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของตนเองได้ที่แถบแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานสมาร์ทโฟนในวันนั้นๆ อย่างละเอียดว่าผู้ใช้ได้ใช้คุณสมบัติใดของสมาร์ทโฟนไปบ้าง และยังแสดงข้อมูลใช้งานแบบตามแอพลิเคชั่นได้อีกด้วย โดยระบบจะมีการรวบรวมข้อมูลและแสดงปริมาณข้อมูลที่ผู้ใช้ได้ใช้ในเดือนนั้นๆ เพื่อให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเหมาะสม
ผู้ใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series ไม่ต้องกลัวพลาดทุกข่าวและเหตุการณ์สำคัญ เพราะคุณสมบัติ Assistant News จะทำให้ผู้ใช้สามารถรับทราบข่าวสารล่าสุดได้ทุกที่ทุกเวลาจะเห็นได้ว่า คุณสมบัติของผู้ช่วยอัจฉริยะ HUAWEI Assistant ถือเป็นระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series ได้อย่างแท้จริง

หัวเว่ยมุ่งมั่นผลักดันโลก เข้าสู่ยุคผลิตภัณฑ์อัจริยะ

สเปน –หัวเว่ยนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายที่งาน Mobile World Congress 2019 ได้แก่ โน้ตบุ๊ก HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ โน้ตบุ๊ก HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14 สมาร์ทโฟน 5 จีแบบพับหน้าจอได้ HUAWEI Mate X และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ 5 จี HUAWEI 5G CPE Pro ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ของหัวเว่ยรุ่นแรกที่ใช้ชิปเซต 5 จี Balong 5000 ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติด้านการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย ช่วยให้แนวคิดของโลกที่ทุกสมาร์ทดีไวซ์เชื่อมโยงกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใกล้เป็นจริงยิ่งกว่าที่เคย

หัวเว่ยมุ่งมั่นผลักดันโลก เข้าสู่ยุคผลิตภัณฑ์อัจริยะ

หัวเว่ยมุ่งมั่นผลักดันโลก เข้าสู่ยุคผลิตภัณฑ์อัจริยะ

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ dบิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “ผู้บริโภคยุคปัจุบันคาดหวังจะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งยุคอนาคต อันเป็นยุคที่ทุกสมาร์ทดีไวซ์สามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป พร้อมสนับสนุนการก้าวเข้าสู่ยุค 5 จีด้วยกลยุทธ์ด้านการสร้างและส่งเสริมการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมโยงกันได้อย่างครบวงจร เราพร้อมจะค่อยๆ ผลักดันให้ผู้บริโภค รวมถึงสถานประกอบการเริ่มต้นใช้งานอุปกรณ์ที่รองรับเครือข่าย 5 จีเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานแห่งอนาคต อันเป็นโลกที่สมาร์ทดีไวซ์ทุกชิ้นทำงานอย่างสอดประสานกันได้สู่ท้องตลาด”

HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่
ในงาน MWC 2018 หัวเว่ยภูมิใจเสนอโน้ตบุ๊ก HUAWEI MateBook X Pro รุ่นแรก ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง รองรับทุกคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อยุคใหม่ในรูปทรงที่เพรียวบาง และใช้หน้าจอแบบ FullView HUAWEI MateBook X Pro คือจุดเริ่มต้นของหัวเว่ยในการก้าวเข้าสู่ตลาดคอมพิวเตอร์โดยมุ่งหวังจะเป็นผู้นำตลาด อีกทั้งยังสะท้อนถึงยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ต้องมีขอบหน้าจอบาง และในงาน MWC ปีนี้ หัวเว่ยนำเสนอ HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ที่รักษาเอกลักษณ์ของโน้ตบุ๊กระดับเรือธง ทั้งงานออกแบบที่งดงาม และนวัตกรรมอัจฉริยะไว้เช่นเดิม โดยหัวเว่ยได้ยกระดับประสิทธิภาพและคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่นนี้ไปอีกขั้น

HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ไว้อย่างลงตัว โดยโครงสร้างแบบยูนิบอดี้ผลิตโดยใช้เทคนิค CNC และวัสดุโลหะที่ขัดผิวจนละเอียดเหมือนเนื้อทรายเพื่อความรู้สึกหรูหราขณะจับถือ โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มี 2 สีให้เลือกคือสีเงินมิสติกซิลเวอร์และสีเทาสเปซเกรย์ หัวเว่ยเลือกใช้หน้าจอแบบ Ultra FullView ขนาด 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3K โดยมีอัตราส่วนหน้าจอต่อขอบที่ร้อยละ 91 หน้าจอนี้ยังรองรับการสัมผัสแบบมัลติทัชได้สูงสุด 10 จุด อีกทั้งยังเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกของโลกที่รองรับการสั่งบันทึกภาพหน้าจอโดยใช้ท่าทางการขยับนิ้วมือ (Fingers Gesture Screenshot)[1] ช่วยให้ผู้ใช้สั่งการได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น HUAWEI MateBook X Pro รุ่นใหม่ ประสิทธิภาพสูงมากเนื่องจากใช้หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7 8565 และหน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX250 พร้อมแรม GDDR5 ขนาด 2 กิกะไบต์ นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อไว-ไฟบรอดแบนด์ บลูทูธรุ่น 5.0 และมีพอร์ต ธันเดอร์โบลต์ 3 เพื่อการทำงานอย่างไร้ขีดจำกัด หัวเว่ยยังติดตั้งระบบเสียง Dolby Atmos® เพื่อประสบการณ์ด้านเสียงที่เต็มอิ่มทั้งสำหรับความบันเทิงหรือการทำงาน

หัวเว่ยยกระดับคุณสมบัติอัจฉริยะไปอีกขั้น ได้แก่ HUAWEI Share 3.0 OneHop[2] ที่ช่วยให้การถ่ายโอนระหว่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์กับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นเรื่องง่าย คุณสมบัตินี้รองรับทั้งการถ่ายโอนภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และไฟล์เอกสาร[3] นอกจากนี้การบันทึกภาพหน้าจอและการส่งภาพนั้นไปยังสมาร์ทโฟนก็ง่ายยิ่งกว่าเดิม ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับสามารถเขย่าสมาร์ทโฟน คลิก “PC HUAWEI Share” ที่คอมพิวเตอร์ ภาพของหน้าจอคอมพิวเตอร์จะส่งไปบันทึกไว้ที่สมาร์ทโฟนทันที[4] ยิ่งไปกว่านี้ หัวเว่ยยังพัฒนาระบบแบ่งปันข้อมูลจากคลิปบอร์ด (Clipboard Sharing) ของตนเอง[5] เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลที่บันทึกไว้ในคลิปบอร์ดจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ใกล้เคียงอย่างสะดวก

HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14

HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14 คือ โน้ตบุ๊กที่นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป สวยงาม อัจฉริยะ และมีความล้ำหน้าอย่างแท้จริง โน้ตบุ๊กทั้ง 2 รุ่นนี้ผสานหน้าจอแบบ FullView เข้ากับประสิทธิภาพที่เหนือระดับ จุดเด่นด้านการพกพา งานประกอบเปี่ยมคุณภาพ และรูปลักษณ์ที่งดงาม ช่วยให้ผู้ใช้ทำทุกอย่างได้ในโลกที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทั้ง 2 รุ่นนี้จะพัฒนาเพื่อผู้บริโภคทั่วไป แต่ก็มีคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อที่ทันสมัยเทียบเท่าโน้ตบุ๊กสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพ เช่นการรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ ได้ดั่งใจ

HUAWEI MateBook 13 และ HUAWEI MateBook 14 พัฒนาสำหรับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่โดยเฉพาะใช้หน้าจอแบบ FullView ที่มีอัตราส่วนการแสดงผลที่ 3:2 ที่เอื้อกับการสร้างสรรค์งานยุคใหม่ ทั้งยังมีขอบหน้าจอบาง รองรับการสัมผัสแบบมัลติทัชสูงสุด 10 จุด และรองรับการสั่งบันทึกภาพหน้าจอโดยใช้ท่าทางการขยับนิ้วมือ[6] ซึ่งสอดรับกับธรรมชาติของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
HUAWEI MateBook 14 ผลิตขึ้นตามแนวคิดเดียวกับโน้ตบุ๊กรุ่นก่อนหน้าของหัวเว่ย คือมีหน้าจอแบบ FullView

ผลิตอย่างพิถีพิถัน มีรูปลักษณ์ที่งดงาม และมีประสิทธิภาพสูง โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอ 14 นิ้วจากคุณสมบัติของหน้าจอที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพระดับสูงสุด รวมไปถึงคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อที่เป็นที่หนึ่ง ใช้หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7-8565U รุ่นที่ 8 และหน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX250 มีช่องพัดลมระบายอากาศที่ได้แรงบันดาลใจมาจากครีบของปลาฉลาม ช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น แบตเตอรี่แบบมาตรฐานความจุ 57.4 วัตต์พร้อมระบบประหยัดพลังงานนั้นช่วยรองรับการใช้งานได้ตลอดวัน

HUAWEI MateBook 13 ใช้หน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7-8565U processor รุ่นที่ 8 และหน่วยประมวลผลกราฟิก the NVIDIA® GeForce® MX150 ช่องพัดลมระบายอากาศ HUAWEI Shark Fin Fans 2.0 ที่ได้ แรงบันดาลใจมาจากครีบของปลาฉลาม ช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น ไร้เสียงหมุนของพัดลมแม้จะกำลังทำงานด้วยความเร็วสุงสุด คอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่นนี้ใช้หน้าจอแบบ FullView ที่มีอัตราส่วนการแสดงผลที่ 3:2 มีอัตราส่วนหน้าจอต่อขอบหน้าจอที่ร้อยละ 88 และรองรับการสัมผัสแบบมัลติทัชสูงสุด 10 จุด

ทั้งสองรุ่นมาพร้อม HUAWEI Share 3.0 พร้อม OneHop และระบบแบ่งปันข้อมูลจากคลิปบอร์ด [7] ช่วยให้การแบ่งปันข้อมูลจากสมาร์ทโฟนไปยังคอมพิวเตอร์หรือกลับกันเป็นไปได้โดยง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากสำหรับผู้ใช้รุ่นใหม่ เช่น นักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาหรือพนักงานรุ่นใหม่ขององค์กร เช่น การสั่งบันทึกภาพหน้าจอโดยใช้ท่าทางการขยับนิ้วมือ [8] คุณสมบัติ Fingerprint Button 2.0 ระบบเสียงDolby Atmos® และอื่นๆ อีกมาก เหมาะสมกับการทำงานนอกสถานที่ และการส่งต่อหรือแบ่งปันข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ

5G Foldable Smartphone: HUAWEI Mate X

HUAWEI Mate X คือจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนแห่งยุคอนาคต อีกทั้งยังเป็นเครื่องสะท้อนหัวใจของสมาร์ทโฟนตระกูล Mate ได้เป็นอย่างดี สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ผสานทั้งเทคโนโลยี 5 จี แนวคิดสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอพับได้ ปัญญาประดิษฐ์ และส่วนต่อประสานผู้ใช้แบบไม่เหมือนใครเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ จากสมาร์ทโฟนแนวคิดใหม่

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

หัวเว่ยได้พุดคุยกับอเล็กซ์ แลมเบรซท์ (Alex Lambrechts) ช่างภาพสายข่าว แฟชั่นและโฆษณาชื่อดัง และเป็นแอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Leica ภายหลัง เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography จากที่เสร็จสิ้นการถ่ายทำเบื้องหลังแคมเปญโฆษณาของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Pro ในโอกาสนี้ อเล็กซ์ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับการถ่ายภาพแนวสตรีทให้สวยงามโดยใช้เพียงสมาร์ทโฟน ซึ่งเทคนิคเหล่านี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการถ่ายภาพระดับมืออาชีพนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้แต่เพียงแต่กล้องถ่ายภาพแบบ DSLR เพียงอย่างเดียว เพราะสมาร์ทโฟนก็ทำได้

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

ถ่ายแบบแคนดิด: “ภาพถ่ายแบบแคนดิดหรือภาพถ่ายที่บุคคลซึ่งถูกบันทึกภาพไม่รู้ตัวว่าถูกบันทึกภาพอยู่นั้นสามารถเป็นภาพที่สวยงามได้โดยเฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดมากอย่างในฤดูร้อน วิธีหนึ่งที่ผมชอบใช้เวลาจะถ่ายภาพแบบแคนดิดคือทำเหมือนว่ากำลังถ่ายภาพตัวเองอยู่ แต่จริงๆ แล้วผมแอบหมุนกล้องไปถ่ายภาพพวกเขาอยู่ วิธีการนี้เป็นวิธีที่ช่างภาพแนวสตรีทหลายๆ คนใช้เพื่อบันทึกภาพบุคคลในแบบที่เป็นธรรมชาติ และวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ลองก้าวออกจากจุดที่คุ้นเคยเพื่อค้นหาภาพที่เป็นเอกลักษณ์: “ยามฝนตกหรือหมอกลงจัดอาจจะไม่ใช่สภาพอากาศที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ แต่สภาพอากาศเช่นนี้ช่วยเสริมบรรยากาศของภาพถ่ายได้เช่นกัน ลองถ่ายภาพของสิ่งต่างๆ ผ่านหน้าต่างที่เปียกชุ่มด้วยน้ำฝนหรือถูกปกคลุมด้วยหมอกดูบ้าง ผู้คนมักจะไม่ออกจากบ้านในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย ดังนั้นคุณอาจจะถ่ายภาพที่คนอื่นไม่เคยถ่ายมาก่อนเลยก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายๆ คนชอบถ่ายภาพสไตล์สตรีทในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย”

ใช้เทคนิคโบเก้ให้เป็นประโยชน์: เทคนิคโบเก้เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อเบลอฉากหลังและช่วยดึงความสนใจผู้ชมไปยังจุดโฟกัสเพียงจุดเดียวของภาพ เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ประโยชน์มากเพราะเทคนิคนี้สามารถใช้ลบสิ่งรบกวนออกจากภาพและดึงสายตาผู้ชมภาพไปยังบุคคลซึ่งเป็นจุดโฟกัสของภาพได้โดยธรรมชาติ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบ คุณสามารถทดลองปรับตั้งค่ารูรับแสงและปรับระดับของโบเก้ให้เหมาะสมขณะถ่ายภาพได้

มองหาเงาสะท้อนในน้ำหรือวัตถุที่สะท้อนภาพได้ เช่น กระจก: ลองปรับมุมมองสำหรับการถ่ายภาพบุคคลโดยการถ่ายภาพแบบที่เห็นเงาสะท้อนของคนๆ นั้นเพื่อให้ผู้ชมต้องมองภาพที่คุณถ่ายซ้ำอีกครั้ง ก่อนถ่ายภาพ อย่าลืมสังเกตว่าเส้นแนวนอนอันเป็นเส้นที่เป็นจุดตัดระหว่างบุคคลที่คุณถ่ายกับแหล่งกำเนิดเงาสะท้อนนั้นอยู่ในระนาบเดียวกัน หากไม่แน่ใจ ลองใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือช่วยก็ได้

จัดองค์ประกอบของภาพ: ลองจัดองค์ประกอบต่างๆ ของภาพหากถ่ายภาพบุคคลที่มีคนมากกว่า 1 คนในภาพ แทนที่จะให้ทุกคนยืนตัวตรงในระนาบเดียวกัน ลองให้ใครสักคนขยับตัวเข้ามาใกล้คุณมากขึ้น แล้วคุณจะเห็นสีหน้าท่าทางของคนนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากนั้น ลองให้ใครสักคนถอยหลังให้ห่างจากคนอื่นจนเห็นแค่ลำตัวท่อนบนเพื่อให้คนที่อยู่ในภาพดูมีระยะแตกต่างกัน การจัดองค์ประกอบของภาพแบบนี้จะเหมาะสมกับการถ่ายภาพคน 3 คน หรืออาจจะปรับเปลี่ยนหากมีคนมากกว่านั้นก็ได้

อย่ากลัวแสงเงา: ภาพถ่ายหลายๆ ภาพสวยงามเพราะการใช้ลูกเล่นของแสง ดังนั้นไม่ต้องกลัวที่จะใช้แสงเป็นลูกเล่นของภาพและลองใช้เงาให้เป็นองค์ประกอบ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพบุคคล ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องใช้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย

นอกจากนี้ ตั้ม-ชนิพล กุศลชาติธรรม อินสตาแกรมเมอร์ชาวไทยชื่อดังเจ้าของแอคเค้าท์ Rockkhound และช่างภาพ Street Photographer ฝีมือดีที่มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน เพิ่มเติมว่า “การที่จะได้ภาพถ่ายสตรีทดีๆ สัก 1 หนึ่งรูปนั้นต้องอาศัยความอดทนและความขยัน อย่างภาพสตรีทที่เห็นอินสตาแกรมนั้น ไม่ใช่ว่าผมออกไปเดินแค่ครั้งเดียวแล้วได้รูปที่ดีเลย ต้องเริ่มจากการทำความรู้จักแต่ละสถานที่ที่เราชอบ หรือที่อยากไปถ่าย ให้สัมผัสและเคยชินกับมัน จนทำให้เราได้เห็นในมุมมองใหม่ๆ ได้มากกว่าที่คนอื่นเห็น รวมไปถึงการหมั่นศึกษาและทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่เราใช้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้ฟีเจอร์หรือโหมดที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ แต่ละสถานที่ หรือแต่ละสภาพแสง และบันทึกภาพที่น่าประทับใจได้ทันท่วงที”

“ช่วงเวลากลางคืนหรือก่อนรุ่งเช้า เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมมองว่ามีเสน่ห์มากในการถ่ายภาพแนวสตีทเพราะเรื่องราวที่จะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาพถ่ายนั้นจะแตกต่างกับช่วงกลางวัน ส่วนตัวผมมองว่าช่วงเวลาถ่ายรูปกลางคืนที่ดีที่สุดจะเป็นช่วง 15 นาทีก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 10 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ยังพอมีแสงธรรมชาติอยู่บ้าง จึงทำให้ภาพที่ออกมามีความคมขึ้น นอกจากนี้เสน่ห์ของการถ่ายรูปสตรีทตอนกลางคืนก็คือแสงไฟหลากหลายสีสันของเมืองใหญ่ ทั้งบนตึกและท้องถนน การเก็บแสงเหล่านี้ก่อนหน้านี้ผมจะต้องใช้ขาตั้งกล้องออกไปถ่าย แต่ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนที่ฉลาดขึ้น ทำให้สามารถใช้แค่มือถือเอาไว้นิ่งๆ ถึงแม้ว่าจะมือสั่นเล็กน้อย เทคโนโลยี AI ก็จะนำภาพมารวมกันให้ได้ภาพที่สวยงาม ไม่สั่น โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่งทำให้การเดินทางออกไปถ่ายภาพสตรีทของผมคล่องตัวขึ้นมาก รวมไปถึงไม่ว่าจะถ่ายเวลาดึกแค่ไหน AI ก็จะช่วยตั้งค่าอัตโนมัติให้ได้แสงในภาพอย่างเหมาะสม อีกอย่างคือการถ่ายรูปผู้คนบนท้องถนน บางครั้งช่างภาพอาจไม่สามารถเข้าใกล้ตัวแบบที่จะถ่ายได้มากนัก เพราะต้องการความเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องซูม แต่หากซูมจากกล้องโปร ตัวแบบอาจสังเกตเห็น การใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ซูมได้เยอะโดยไม่ลดทอนคุณภาพของไฟล์ภาพถือว่าช่วยได้มาก”

SocialNetworkDownload.com © 2014 Frontier Theme