SocialNetworkDownload.com

แหล่งรวมโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์ค สังคมออนไลน์ เอาไว้มากที่สุด

บทความยอดนิยม

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

หัวเว่ยได้พุดคุยกับอเล็กซ์ แลมเบรซท์ (Alex Lambrechts) ช่างภาพสายข่าว แฟชั่นและโฆษณาชื่อดัง และเป็นแอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Leica ภายหลัง เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography จากที่เสร็จสิ้นการถ่ายทำเบื้องหลังแคมเปญโฆษณาของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Pro ในโอกาสนี้ อเล็กซ์ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับการถ่ายภาพแนวสตรีทให้สวยงามโดยใช้เพียงสมาร์ทโฟน ซึ่งเทคนิคเหล่านี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการถ่ายภาพระดับมืออาชีพนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้แต่เพียงแต่กล้องถ่ายภาพแบบ DSLR เพียงอย่างเดียว เพราะสมาร์ทโฟนก็ทำได้

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

ถ่ายแบบแคนดิด: “ภาพถ่ายแบบแคนดิดหรือภาพถ่ายที่บุคคลซึ่งถูกบันทึกภาพไม่รู้ตัวว่าถูกบันทึกภาพอยู่นั้นสามารถเป็นภาพที่สวยงามได้โดยเฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดมากอย่างในฤดูร้อน วิธีหนึ่งที่ผมชอบใช้เวลาจะถ่ายภาพแบบแคนดิดคือทำเหมือนว่ากำลังถ่ายภาพตัวเองอยู่ แต่จริงๆ แล้วผมแอบหมุนกล้องไปถ่ายภาพพวกเขาอยู่ วิธีการนี้เป็นวิธีที่ช่างภาพแนวสตรีทหลายๆ คนใช้เพื่อบันทึกภาพบุคคลในแบบที่เป็นธรรมชาติ และวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ลองก้าวออกจากจุดที่คุ้นเคยเพื่อค้นหาภาพที่เป็นเอกลักษณ์: “ยามฝนตกหรือหมอกลงจัดอาจจะไม่ใช่สภาพอากาศที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ แต่สภาพอากาศเช่นนี้ช่วยเสริมบรรยากาศของภาพถ่ายได้เช่นกัน ลองถ่ายภาพของสิ่งต่างๆ ผ่านหน้าต่างที่เปียกชุ่มด้วยน้ำฝนหรือถูกปกคลุมด้วยหมอกดูบ้าง ผู้คนมักจะไม่ออกจากบ้านในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย ดังนั้นคุณอาจจะถ่ายภาพที่คนอื่นไม่เคยถ่ายมาก่อนเลยก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายๆ คนชอบถ่ายภาพสไตล์สตรีทในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย”

ใช้เทคนิคโบเก้ให้เป็นประโยชน์: เทคนิคโบเก้เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อเบลอฉากหลังและช่วยดึงความสนใจผู้ชมไปยังจุดโฟกัสเพียงจุดเดียวของภาพ เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ประโยชน์มากเพราะเทคนิคนี้สามารถใช้ลบสิ่งรบกวนออกจากภาพและดึงสายตาผู้ชมภาพไปยังบุคคลซึ่งเป็นจุดโฟกัสของภาพได้โดยธรรมชาติ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบ คุณสามารถทดลองปรับตั้งค่ารูรับแสงและปรับระดับของโบเก้ให้เหมาะสมขณะถ่ายภาพได้

มองหาเงาสะท้อนในน้ำหรือวัตถุที่สะท้อนภาพได้ เช่น กระจก: ลองปรับมุมมองสำหรับการถ่ายภาพบุคคลโดยการถ่ายภาพแบบที่เห็นเงาสะท้อนของคนๆ นั้นเพื่อให้ผู้ชมต้องมองภาพที่คุณถ่ายซ้ำอีกครั้ง ก่อนถ่ายภาพ อย่าลืมสังเกตว่าเส้นแนวนอนอันเป็นเส้นที่เป็นจุดตัดระหว่างบุคคลที่คุณถ่ายกับแหล่งกำเนิดเงาสะท้อนนั้นอยู่ในระนาบเดียวกัน หากไม่แน่ใจ ลองใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือช่วยก็ได้

จัดองค์ประกอบของภาพ: ลองจัดองค์ประกอบต่างๆ ของภาพหากถ่ายภาพบุคคลที่มีคนมากกว่า 1 คนในภาพ แทนที่จะให้ทุกคนยืนตัวตรงในระนาบเดียวกัน ลองให้ใครสักคนขยับตัวเข้ามาใกล้คุณมากขึ้น แล้วคุณจะเห็นสีหน้าท่าทางของคนนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากนั้น ลองให้ใครสักคนถอยหลังให้ห่างจากคนอื่นจนเห็นแค่ลำตัวท่อนบนเพื่อให้คนที่อยู่ในภาพดูมีระยะแตกต่างกัน การจัดองค์ประกอบของภาพแบบนี้จะเหมาะสมกับการถ่ายภาพคน 3 คน หรืออาจจะปรับเปลี่ยนหากมีคนมากกว่านั้นก็ได้

อย่ากลัวแสงเงา: ภาพถ่ายหลายๆ ภาพสวยงามเพราะการใช้ลูกเล่นของแสง ดังนั้นไม่ต้องกลัวที่จะใช้แสงเป็นลูกเล่นของภาพและลองใช้เงาให้เป็นองค์ประกอบ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพบุคคล ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องใช้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย

นอกจากนี้ ตั้ม-ชนิพล กุศลชาติธรรม อินสตาแกรมเมอร์ชาวไทยชื่อดังเจ้าของแอคเค้าท์ Rockkhound และช่างภาพ Street Photographer ฝีมือดีที่มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน เพิ่มเติมว่า “การที่จะได้ภาพถ่ายสตรีทดีๆ สัก 1 หนึ่งรูปนั้นต้องอาศัยความอดทนและความขยัน อย่างภาพสตรีทที่เห็นอินสตาแกรมนั้น ไม่ใช่ว่าผมออกไปเดินแค่ครั้งเดียวแล้วได้รูปที่ดีเลย ต้องเริ่มจากการทำความรู้จักแต่ละสถานที่ที่เราชอบ หรือที่อยากไปถ่าย ให้สัมผัสและเคยชินกับมัน จนทำให้เราได้เห็นในมุมมองใหม่ๆ ได้มากกว่าที่คนอื่นเห็น รวมไปถึงการหมั่นศึกษาและทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่เราใช้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้ฟีเจอร์หรือโหมดที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ แต่ละสถานที่ หรือแต่ละสภาพแสง และบันทึกภาพที่น่าประทับใจได้ทันท่วงที”

“ช่วงเวลากลางคืนหรือก่อนรุ่งเช้า เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมมองว่ามีเสน่ห์มากในการถ่ายภาพแนวสตีทเพราะเรื่องราวที่จะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาพถ่ายนั้นจะแตกต่างกับช่วงกลางวัน ส่วนตัวผมมองว่าช่วงเวลาถ่ายรูปกลางคืนที่ดีที่สุดจะเป็นช่วง 15 นาทีก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 10 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ยังพอมีแสงธรรมชาติอยู่บ้าง จึงทำให้ภาพที่ออกมามีความคมขึ้น นอกจากนี้เสน่ห์ของการถ่ายรูปสตรีทตอนกลางคืนก็คือแสงไฟหลากหลายสีสันของเมืองใหญ่ ทั้งบนตึกและท้องถนน การเก็บแสงเหล่านี้ก่อนหน้านี้ผมจะต้องใช้ขาตั้งกล้องออกไปถ่าย แต่ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนที่ฉลาดขึ้น ทำให้สามารถใช้แค่มือถือเอาไว้นิ่งๆ ถึงแม้ว่าจะมือสั่นเล็กน้อย เทคโนโลยี AI ก็จะนำภาพมารวมกันให้ได้ภาพที่สวยงาม ไม่สั่น โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่งทำให้การเดินทางออกไปถ่ายภาพสตรีทของผมคล่องตัวขึ้นมาก รวมไปถึงไม่ว่าจะถ่ายเวลาดึกแค่ไหน AI ก็จะช่วยตั้งค่าอัตโนมัติให้ได้แสงในภาพอย่างเหมาะสม อีกอย่างคือการถ่ายรูปผู้คนบนท้องถนน บางครั้งช่างภาพอาจไม่สามารถเข้าใกล้ตัวแบบที่จะถ่ายได้มากนัก เพราะต้องการความเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องซูม แต่หากซูมจากกล้องโปร ตัวแบบอาจสังเกตเห็น การใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ซูมได้เยอะโดยไม่ลดทอนคุณภาพของไฟล์ภาพถือว่าช่วยได้มาก”

Sophos เผยผลวิจัย ทั่วโลกในหัวข้อ The Dirty Secrets of Network

ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชั่นด้านความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ปลายทางและเน็ตเวิร์คระดับโลก แถลงผลการวิจัยระดับโลกที่จัดทำขึ้น ในหัวข้อ The Dirty Secrets of Network Firewalls (ความลับดำมืดของไฟร์วอลล์ที่ใช้สำหรับป้องกันบนระบบเครือข่าย) ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมที่เกิดขึ้นกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ บนทราฟฟิกของเครือข่ายในองค์กรตัวเองได้ แท้จริงแล้วเกือบสามในสี่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีทั้งหมด (70 เปอร์เซ็นต์) ไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมหรือทราฟฟิกบนเครือข่ายของตนเองได้ การที่ไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมที่เกิดขึ้นได้นี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาที่กระทบด้านความปลอดภัยในโลกธุรกิจในปัจจุบันและส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจัดการเครือข่าย ผลการสำรวจในครั้งนี้จึงได้รับความร่วมมือจากผู้มีอำนาจด้านการจัดการฝ่ายไอทีกว่า 2,700 คนจากธุรกิจขนาดกลางกว่า 10 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินเดีย และแอฟริกาใต้

Sophos เผยผลวิจัย ทั่วโลกในหัวข้อ The Dirty Secrets of Network

Sophos เผยผลวิจัย ทั่วโลกในหัวข้อ The Dirty Secrets of Network

หากดูจากผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อธุรกิจแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจนักเมื่อผลสำรวจออกมาว่า กว่า 84 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ทำแบบสำรวจยอมรับว่าการที่ไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายถือเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อไม่สามารถตรวจสอบได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีก็ไม่สามารถตรวจพบแรนซัมแวร์ มัลแวร์ที่ไม่รู้จัก การละเมิดข้อมูล และการคุกคามขั้นสูงอื่นๆ รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายและมัลแวร์ลวง นอกจากนี้ไฟร์วอลล์เครือข่ายที่มาพร้อมกับระบบตรวจจับที่ใช้ซิกเนเจอร์เป็นพื้นฐานยังไม่สามารถให้การตรวจสอบที่เหมาะสมในการระบุทราฟฟิกของแอพพลิเคชั่นได้ เนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย เช่น มีจำนวนการใช้งานการเข้ารหัสข้อมูลเพิ่มมากขึ้น การจำลองเบราเซอร์ และเทคนิคหลบหลีกการตรวจจับจากอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เป็นต้น

นายสุมิต บันศัล กรรมการผู้จัดการ โซฟอส ประจำภูมิภาคอาเซียน และเกาหลี กล่าวว่า “คุณไม่สามารถต่อสู้กับการคุกคามที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้ ความบกพร่องในการตรวจสอบกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอาจทำให้องค์กรประสบปัญหาด้านการตรวจพบกิจกรรมบนเครือข่ายที่ผิดปกติ และไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติได้ทันท่วงที ซึ่งอาชญากรทางคอมพิวเตอร์รับรู้ถึงข้อบกพร่องนี้เป็นอย่างดี และพยายามที่จะมองหาจุดบอดเหล่านี้เพื่อแทรกซึมไปขโมยข้อมูล ซึ่งใช้เวลานานกว่าระบบจะรู้ทันและตรวจจับได้ การแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องที่ใช้เวลานานและแน่นอนว่าไม่ส่งผลดีต่อองค์กร”

ผลจากการสำรวจยังพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว องค์กรต่างๆใช้เวลา 7 วันทำการในการแก้ไข 16 เครื่องที่มีปัญหาต่อเดือน องค์กรขนาดเล็ก (100 – 1,000 ยูซเซอร์) ใช้เวลาเฉลี่ย 5 วันทำการในการแก้ไข 13 เครื่องที่มีปัญหา ในขณะที่องค์กรที่มีขนาดใหญ่กว่า (1,001 – 5,000 ยูซเซอร์) ใช้เวลาเฉลี่ย 10 วันทำการในการแก้ไข 20 เครื่องที่มีปัญหาต่อเดือน

“การคุกคามทางเครือข่ายในปัจจุบันพบเจอได้บ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากอาชญากรคอมพิวเตอร์สามารถเข้าถึงจุดเชื่อมต่อสู่เครือข่ายองค์กรเพียงจุดเดียวเพื่อเข้าไปยังอุปกรณ์หลายเครื่องที่เชื่อมต่อกันได้ ดังนั้น ยิ่งคุณสามารถตรวจสอบแหล่งการเข้าถึงได้รวดเร็ว ยิ่งมีโอกาสในการควบคุมการคุกคามไปยังอุปกรณ์อื่นๆได้ดียิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือ ความเสียหายลดน้อยลง หลายบริษัทมองหาโครงสร้างเครือข่ายแบบบูรณาการยุคใหม่ และโซลูชั่นเพื่อปกป้องอุปกรณ์ปลายทางที่มีความสามารถในการหยุดภัยคุกคามขั้นสูง และควบคุมความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดก่อนที่จะกระจายไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ความต้องการนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์จากความนิยมของ MimiKatz และ Eternal Blue ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การปกป้องเครือข่ายและความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทางต้องมีทักษะในการแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตรงผ่านการแบ่งปันข้อมูลอัจฉริยะ โดยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าใครกำลังทำอะไรอยู่บนเครือข่ายนั้นๆ” นายสุมิต กล่าวเสริม

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทียังตระหนักเป็นอย่างดีว่า ไฟร์วอลล์ต้องการการอัพเดตเรื่องความปลอดภัย โดยผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า 79 เปอร์เซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอที ต้องการการปกป้องที่ดียิ่งขึ้นจากไฟร์วอลล์ปัจจุบันที่พวกเขาใช้อยู่ กว่า 99 เปอร์เซ็นต์ต้องการเทคโนโลยีไฟร์วอลล์ที่สามารถแยกอุปกรณ์ที่มีปัญหาออกจากเครือข่ายได้อัตโนมัติ และ 97 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้อุปกรณ์ปลายทางและไฟร์วอลล์ได้รับการปกป้องจากผู้ให้บริการเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการแชร์ข้อมูลสถานะความปลอดภัยได้โดยตรง

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไม่ใช่ภัยคุกคามเพียงอย่างเดียวสำหรับธุรกิจ

นอกจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแล้ว 52 เปอร์เซ็นต์ของผู้ทำแบบสำรวจยังมองว่า การสูญเสียประสิทธิภาพการผลิตยังถือเป็นเรื่องน่ากังวล ความบกพร่องในการตรวจสอบกิจกรรมบนเครือข่ายนั้นส่งผลกระทบโดยตรงในทางลบต่อประสิทธิภาพการผลิตหากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของแบนด์วิธสำหรับแอพพลิเคชั่นที่จำเป็นได้

สำหรับอุตสาหกรรมที่ยังพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเพื่องานเฉพาะด้านเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของธุรกิจนั้นๆ นอกจากจะมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูงแล้วยังมีขีดจำกัดในการเข้าไปดูของแอพพลิเคชั่นที่ไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังได้ โดย 50 เปอร์เซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีที่ลงทุนกับแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาเพื่องานเฉพาะด้านยอมรับว่าไฟร์วอลล์ไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมบนทราฟฟิกได้ทั้งยังไม่คุ้มต่อการลงทุน ขีดจำกัดในการมองเห็นและตรวจสอบข้อมูลทำให้เกิดจุดบอดในการส่งข้อมูลที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนเครือข่ายของบริษัท และยังทำให้บริษัทมีความเสี่ยงต่อการดำเนินคดีและเกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายได้

“เพื่อประหยัดเงินลงทุนไปยังระบบ business-critical และแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาเพื่องานเฉพาะด้าน องค์กรจำเป็นต้องมีเครือข่ายไฟร์วอลล์ที่อนุญาตให้พนักงานสามารถเข้าไปจัดการแอพพลิเคชั่นที่พวกเขาต้องการได้” นายสุมิต กล่าวเสริม “การตรวจสอบเครือข่ายได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับวิธีการที่แตกต่างกันมากขึ้น ในปัจจุบันองค์กรต่างๆ สามารถได้รับข้อมูลโดยตรงจากเครือข่ายไฟร์วอลล์ และยังอนุญาตให้เข้าถึงเครือข่ายและระบุตัวตนของพนักงานได้อีกด้วย”

ผลการสำรวจ The Dirty Secrets of Network Firewalls survey results สามารถดาวน์โหลดได้แล้วในรูปแบบ PDF

ผลสำรวจ The Dirty Secrets of Network Firewalls (ความลับดำมืดของไฟร์วอลล์ที่ใช้สำหรับป้องกันบนระบบเครือข่าย) จัดทำโดย Vanson Bourne บริษัทชั้นนำอิสระในการทำการวิจัยทางการตลาด ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมาโดยได้ทำการสำรวจผู้มีอำนาจด้านการจัดการฝ่ายไอทีกว่า 2,700 คนจากธุรกิจขนาดกลางกว่า 10 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริการ แคนาดา เม็กซิโก ฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินเดีย และแอฟริกาใต้ โดยผู้ที่เข้าร่วมทั้งหมดมาจากองค์กรที่มีขนาดระหว่าง 100 – 5,000 ยูซเซอร์

STM Goods unveils Element Case BlackOPS สำหรับไอโฟน 7/ 7+

เอสทีเอ็ม กูดส์ ประเทศไทย (STM Goods Thailand) เปิดตัว อีลีเมนท์ เคส แบล็คออปส์ (Element Case BlackOPS) สำหรับผู้ใช้ไอโฟน 7/7+ ที่มีไลฟ์สไตล์โลดโผน ชอบกิจกรรมท้าทาย แนวผจญภัย อีลีเมนท์ เคส แบล็คออปส์ ผลิตด้วยเครื่องจักร CNC แมชชีน ที่ให้ความแม่นยำและถูกต้องทุกสัดส่วน และใช้อลูมิเนียมเกรดกองทัพอากาศ

STM Goods unveils Element Case BlackOPS สำหรับไอโฟน 7 7+

STM Goods unveils Element Case BlackOPS สำหรับไอโฟน 7/ 7+

เคลือบสีดำความหนาระดับ 3 ลงบนผิวอลูมิเนียมเพื่อลดความมันวาวของอลูมิเนียมและเพิ่มความคงทนต่อรอยขีดข่วนมากยิ่งขึ้น และยังใช้วัสดุ TPU ที่ทนทานสูงแต่มีน้ำหนักเบา และเทคโนโลยี Quick Lock Crown เพื่อการล็อคเคสกับ เครื่องไอโฟนทั้งด้านบนและด้านล่างอย่างง่ายดายและแน่นหนา อีลีเมนท์ เคส แบล็คออปส์ ผ่านการทดสอบการใช้งาน ในการทหาร จึงมั่นใจได้ในความอึด ทนทาน แข็งแกร่ง พร้อมเป็นบัดดี้คู่ใจที่ช่วยปกป้องไอโฟนที่ใช้งานภาคสนาม ได้อย่างยอดเยี่ยม

อีลีเมนท์ เคส รุ่น แบล็คออปส์ (Element Case BlackOPS) สำหรับ ไอโฟน 7 และ 7+ วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมีวางจำหน่าย ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ iStudio, iBeat, Loft, BE Trend และ Jaymart ติดตามข่าวสารผลิตภัณฑ์ได้ที่ เฟซบุค STM Goods Thailand อินสตาแกรม

STMgoods_Thailand Element Case BlackOPS for iPhone 7 and 7+ is available at 7,990 baht. Imported and distributed by Vgadz Corporation Co Ltd, it is available at iStudio, iBeat, Loft, BE Trend and Jaymart. For more information, please visit FB: STM Goods Thailand and ig: STMgoods_Thailand.

Pioneer เปิดตัวไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1

ไพโอเนียนร์ (Pioneer) ผู้นำนวัตกรรมและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุปกรณ์ภาพและเสียงที่มีชื่อเสียงระดับโลก Pioneer เปิดตัวไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ ด้านไอทีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ทั่วไป สำหรับไดร์ฟ SSD ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับหน่วยความจำ TLC NAND flash ที่ดีที่สุด

Pioneer เปิดตัวไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1

Pioneer เปิดตัวไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1

และเทคโนโลยีแคช SLC ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแบบต่อเนื่องได้สูงถึง 500MB/s และ 400MB/s ตามลำดับ หากเทียบกับฮาร์ดดิสก์ทั่วไป นอกจากนี้ SSD แบบติดตั้งภายในของไพโอเนียร์ (Pioneer) สามารถทำความเร็วได้สูงกว่าถึง 4 เท่า ทั้งการอ่านและการบันทึกข้อมูล เพิ่มความเร็วในการบูตเข้าสูงระบบ รวมไปถึงความรวดเร็วในการเรียกแอปพลิเคชันขึ้นมาทำงาน มีความจุให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ 120GB และ 240GB สามารถอัปเกรดให้กับคอมพิวเตอร์เดกส์ท็อปและโน้ตบุ๊กได้ง่าย ด้วยไดร์ฟที่มีขนาดมาตรฐานแบบ 2.5 นิ้ว (APS-SL2) และแบบมาตรฐาน M.2 2280 (APS-SM1)

  • Model Name APS-SL2 APS SM1
  • Form Factor 2.5-inch M.2 2280
  • Interface SATA 6Gb/s SATA 6Gb/s
  • Capacity 120GB / 240GB 120GB / 240GB
  • Max. Sequential Up to 500MB/s Up to 500MB/s
    Read Speed
  • Max. Sequential Up to 400MB/s Up to 400MB/s
    Write Speed
  • Operating 0°C – 70°C 0°C – 70°C
    Temperature
  • Dimensions 100 x 70 x 7 mm 80 x 22 x 2 mm
  • Weight 35g 9g

ทั้งนี้ไดร์ฟทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อความน่าเชื่อถือสูงและการใช้พลังงานต่ำพร้อมด้วยระบบป้องกันการกระแทกและป้องกันการสั่นสะเทือนรวมถึงการสนับสนุนคุณสมบัติ S.M.A.R.T. (Self-Monitoring, Analysis and Reporting Technology) นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการจัดเรียงพื้นที่และการตรวตจสอบข้อมูลขั้นสูงแบบ LDPC ที่ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลความปลอดภัยและมั่นคง พร้อมรับประกัน 3 ปี

Lenovo ร่วมจัดงาน CES 2018 ขนกองทัพสุดยอดผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ

เมื่อเร็วๆนี้ Lenovo ร่วมจัดงาน CES 2018 เลอโนโวได้เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยี อุปกรณ์อัจฉริยะที่จะทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดีไวซ์ พีซี รวมถึงอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน เพื่อสะดวกในการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

Lenovo ร่วมจัดงาน CES 2018 ขนกองทัพสุดยอดผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ

Lenovo ร่วมจัดงาน CES 2018 ขนกองทัพสุดยอดผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ

ปัจจุบันเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) เข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ Lenovo Mirage Solo with Daydream Headset จึงถูกออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์เทคโนโลยี VR อันล้ำสมัยเสมือนจริงแก่ผู้ใช้งาน ด้วยการออกแบบที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายผ่านระบบที่ไม่ซับซ้อนอีกต่อไป สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Lenovo Mirage Camera with Daydream มีคุณสมบัติเด่นในการเก็บภาพช่วงเวลาที่น่าจดจำและทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นมีชีวิตเสมือนจริงโดยการแสดงเป็นภาพสามมิติ นอกจากนี้นักธุรกิจยังสามารถเปิดมิติใหม่ด้านการนำเสนอผลงานพร้อมทั้งยกระดับการสื่อสารด้วยภาพที่เสมือนจริง (Augmented Reality) ผ่านแว่นตาอัจฉริยะ Lenovo C220 ที่ถูกออกแบบมาให้บาง เบา และพกพาง่าย ในขณะเดียวกันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของเทคโนโลยี AR ยังช่วยยกระดับความสามารถในการทำงานของสมาร์ทโฟนให้ทำงานได้เหนือระดับยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีภายในบ้านเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ออกแบบขึ้นเพื่อตอบสนองคนยุคใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและแบ่งปันประสบการณ์เทคโนโลยีผ่าน Lenovo Smart Display ที่มาพร้อม Google Assistant™ นอกจากนี้เลอโนโวยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กอย่าง Mixx 630 โน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Always-on Always Connected ที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ LTE และแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง อีกทั้งยังสามารถรับชมความบันเทิงหรือทำงานได้อย่างลื่นไหลด้วยระบบปฏิบัติการ Windows® 10 S PC ภายในงานเลอโนโวยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ThinkPad X1 อย่าง ThinkPad X, ThinkPad T และ ThinkPad L

ภายในงานนี้เลอโนโวได้เผยแอปพลิเคชันใหม่อย่าง Lenovo Vantage โดยสามารถช่วยให้ผู้งานโยกย้ายไฟล์และการตั้งค่าต่างๆ จากพีซีเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องได้อย่างง่ายดาย ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi บนระบบปฏิบัติการ Windows® 10 PCs ที่มาพร้อมความปลอดภัยอย่างแน่นหนาไร้กังวลจากเรื่องข้อมูลหายอย่างแน่นอน

อาชีพ Finance ทำอย่างไร ให้เป็นนักบริหารการเงินที่มีคุณภาพ

งานการเงิน (Finance) เป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการเงิน หรือจะรับงานแบบ ฟรีแลนซ์ ไม่ว่าจะเป็น งานหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ (Securities and Investment Banking) งานธนาคาร (Banking) งานการเงินของบริษัท (Corporate Finance) และงานจัดการลงทุน (Fund Management)

อาชีพ Finance ทำอย่างไร ให้เป็นนักบริหารการเงินที่มีคุณภาพ

อาชีพ Finance ทำอย่างไร ให้เป็นนักบริหารการเงินที่มีคุณภาพ

ตำแหน่งงานด้านการเงิน เป็นตำแหน่งการบริหารด้านการเงินสำหรับองค์กร หรือหน่วยงานธนาคาร โดยมีเนื้อหาสาระอยู่ที่ การวางแผนการจัดระเบียบ การควบคุมกำกับกิจกรรมทางการเงินในบริษัท เช่น การจัดซื้อ และการใช้ประโยชน์จากเงินทุนขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ

งาน Finance เปิดรับสมัครงาน สำหรับผู้ที่จบการศึกษามาจาก คณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาการเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน) เนื่องจากงานทางด้านการเงินเป็นงานที่อาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ผู้ที่เรียนจบสายตรงมาจากคณะดังกล่าว จึงจะได้เปรียบกว่าผู้หางานที่จบมาไม่ตรงสาย

คุณสมบัติของผู้ทำงานด้านการเงิน มีอะไรบ้าง

มีความละเอียดรอบคอบ และความรับผิดชอบในการทำงาน
มีความรู้ความสามารถ และทักษะการบริหารการเงินเป็นอย่างดี
มีทักษะด้านการบริหารจัดการ และสามารถทำงานเป็นทีมได้
มีความสามารถให้การโน้มน้าวใจผู้อื่น ให้ปฏิบัติตามนโยบายการเงินของบริษัทฯ ได้
งานการเงินของบริษัท มีหน้าที่อย่างไร

งานการเงินของแต่ละบริษัทนั้น คือส่วนที่ทำหน้าที่บริหารจัดการการเงินของบริษัท เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ และดูแลการใช้เงิน และจ่ายเงิน เช่น การซื้อวัตถุดิบ การควบคุมจำนวนสินค้าระหว่างผลิต ตำแหน่งสูงสุดในสายงานนี้ ได้แก่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน (Chief Financial Officer) หรือ CFO

หน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ทางด้านการเงินของแต่ละบริษัทอย่างคร่าว ๆ มีดังนี้

งานการเงินทำอะไรบ้างกำกับดูแล การวิเคราะห์ จัดทำและนำเสนอการวางแผนการดำเนินงานการเงินทั้งระยะสั้น และระยะยาว ได้อย่างเป็นระบบ
นำเสนอการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน และประมาณการงบประมาณ ของฝ่ายงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับ กิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ
จัดทำและนำเสนอตัวเลขทางด้านการเงิน และจัดทำรายงานการดำเนินงานทางด้านการเงิน
จัดทำ และวางแผนการจ่ายเงิน และควบคุมการรับ-จ่ายเงินของบริษัท
จัดทำ และนำเสนอแผนการใช้เงินลงทุน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจแก่ผู้บริหาร
งานการเงินเป็นสายงานที่หลากหลายของตำแหน่งงาน เพราะผู้หางานสามารถทำได้ในหลายหน่วยงาน ทั้งทางภาครัฐ และเอกชน ผู้หางานจึงต้องเลือก และพิจารณาอย่างถ้วนถี่ว่า งานการเงินสายใดที่เหมาะกับตัวเราอย่างแท้จริง ผู้ทำงานด้านการเงิน ต้องเป็นบุคคลที่มีทั้งความสามารถ และความเชี่ยวชาญในสายงานของตน ควบคู่กันไป เนื่องจากงานด้านนี้ เป็นงานที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องมีความรอบคอบอีกด้วย

HTC VIVE ยกระดับ ประสบการณ์ VR สุดพรีเมี่ยม

บริษัทผู้พัฒนาระบบเทคโนโลยีเวอร์ชวลเรียลลิตี้โลกเสมือนจริงแบบ Room-scale ที่ก้าวล้ำที่สุดในวงการ HTC VIVE ยกระดับ ประกาศเปิดตัวแว่นเสมือนจริงตัวอัพเกรดล่าสุดรุ่น Vive Pro และรุ่น Vive Wireless มอบสุดยอดประสบการณ์เสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) เหนือระดับสุดพรีเมี่ยมแก่ผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร อีกทั้ง บริษัทฯ ยังพัฒนาแพลตฟอร์ม Viveport VR และ Vive Video รูปแบบใหม่สำหรับใช้ในการค้นหาและเลือกซื้อคอนเทนต์ VR ต่างๆ ที่เพิ่มความสะดวกและเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานให้ง่ายและตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

HTC VIVE ยกระดับ ประสบการณ์ VR สุดพรีเมี่ยม

HTC VIVE ยกระดับ ประสบการณ์ VR สุดพรีเมี่ยม

Vive Pro (ไวฝ์ โปร)

Vive Pro ตัวแว่นเสมือนจริงที่ได้ทำการอัพเกรดตัวจอป้อนภาพ (Head-Mounted Display หรือ HMD) มอบประสิทธิภาพการแสดงผลและระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ ด้วยหน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 3.5 นิ้วเพื่อมุมมองที่กว้างเป็นพิเศษ และมีความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลสูงถึง 615 ppi พิกเซลเพิ่มมากกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ออกแบบเฉพาะสำหรับเหล่าเกมเมอร์และลูกค้าองค์กรธุรกิจ

Vive Pro นวัตกรรมเทคโนโลยีแว่น VR ความละเอียดสูง ยกระดับความคมชัดให้เหนือชั้นด้านการแสดงผลข้อความและกราฟฟิก เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์โลกเสมือนที่สมจริงยิ่งขึ้น อีกทั้งรุ่น Vive Pro ยังมาพร้อมกับหูฟังประสิทธิภาพสูงติดตั้งภายในตัวแว่น ระบบเทคโนโลยีเสียงเสมือนจริงรอบทิศทางพร้อมระบุตำแหน่งที่มาของเสียงได้อย่างแม่นยำและให้เสียงที่ใสชัดเจน Vive Pro ได้รับการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ให้สวมสบาย กระจายน้ำหนักทั่วทั้งตัวแว่นเพื่อรักษาสมดุลและยังช่วยลดน้ำหนักตัวแว่นด้านหน้าด้วย นอกจากนี้ ยังเพิ่มประสิทธิภาพไมโครโฟนที่มีระบบตัดเสียงรบกวนและติดตั้งกล้องด้านหน้าทั้งสองข้าง ซึ่งตัวแว่นรุ่นนี้ยังสามารถรองรับระบบเทคโนโลยี SteamVR Tracking 2.0 ของ Valve ด้วย

เดเนียล โอเบรียน ผู้จัดการทั่วไป Vive ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า “ในปัจจุบันความต้องการของตลาดอุปกรณ์เทคโนโลยีโลกเสมือนมีจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแว่น VR ระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมหน้าจอภาพความละเอียดสูงและระบบเสียงติดตั้งภายในตัว ซึ่ง Vive Pro เป็นรุ่นที่ได้รับการอัพเกรดเพื่อผู้ใช้งานและลูกค้าระดับองค์กรที่ต้องการสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ VR ที่แท้จริง”

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการวางจำหน่ายและราคาของ Vive Pro ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการในตอนนี้
Vive Wireless (ไวฝ์ ไวร์เลส) แว่น VR แบบไร้สาย

Vive Wireless เป็นแว่น VR แบบไร้สายรุ่นแรกในตลาด ชูจุดเด่นด้านความคล่องตัว สัมผัสประสบการณ์โลกเสมือนเต็มรูปแบบคุณภาพสูงสุดด้วยเทคโนโลยี WiGig จากอินเทล และทำงานแบบ ไร้สายบนย่านความถี่ 60GHz อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับ Vive และ Vive Pro ได้ด้วย โดยแว่นรุ่น Vive Wireless นี้จะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกในไตรมาสที่สามปีนี้

แฟรงค์ โซกี ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ VR บริษัทอินเทล คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า “ผู้ใช้แว่น VR จำนวนมากล้วนมีความต้องการอยากได้แว่น VR แบบไร้สายนับตั้งแต่ที่เทคโนโลยีโลกเสมือนจริงเริ่มเปิดตัวในช่วงแรกๆ ซึ่งความร่วมมือกับเอชทีซีเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยี WiGig ของอินเทลครั้งนี้ เรารับประกันด้านคุณภาพและประสบการณ์สูงสุดที่มอบให้แก่ผู้ใช้งานทั่วไปและลูกค้าภาคธุรกิจต่างๆ”

Viveport VR (ไวฝ์พอร์ท วีอาร์)

ครั้งนี้ถือเป็นการปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของ Viveport แหล่งรวมซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มทางด้าน VR นับตั้งแต่เปิดให้บริการมา โดย Viveport VR เวอร์ชั่นอัพเกรดใหม่นี้ได้ทำการปรับรูปแบบวิธีที่ผู้ใช้งานใช้ในการค้นหาหรือเลือกซื้อคอนเทนต์ VR ต่างๆ บนแพลตฟอร์ม โดยผู้ใช้งานสามารถชมตัวอย่างพรีวิวคอนเทนต์ “VR Previews” ได้แบบ 360 องศาก่อนที่จะทำการซื้อหรือลงทะเบียน ปัจจุบันใน Viveport VR มีจำนวนคอนเทนต์ให้เลือกมากกว่า 450 คอนเทนต์

ริการ์ด สตีเบอร์ ประธานบริหาร Viveport กล่าวว่า “รูปโฉมใหม่ของแพลตฟอร์ม Viveport VR เราได้ทำการปรับรูปแบบวิธีที่ผู้ใช้งานใช้ในการค้นหาและเลือกซื้อคอนเทนต์ VR ซึ่งถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยี VR มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มปฎิสัมพันธ์กับคอนเทนต์มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นเหมือนช่องทางที่เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนา VR คอนเทนต์ต่างๆ ได้แสดงพรีวิวตัวอย่างคุณภาพและประสิทธิภาพของคอนเทนต์ตนเองด้วย”

Vive Video อัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ พร้อมรองรับวิดีโอคอนเทนต์ Vimeo

Vive Video (ไวฝ์ วิดีโอ) เวอร์ชั่นอัพเกรดใหม่เพื่อให้การค้นหาคอนเทนต์วิดีโอ VR ต่างๆ ง่ายมากขึ้นและผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องบันทึกไฟล์วิดีโออีกต่อไป ซึ่งนอกจากฟีเจอร์ใหม่ๆ และอัพเกรดหน้าตา User Interface รูปแบบใหม่แล้ว ยังสามารถรองรับวิดีโอคอนเทนต์จาก VIMEO ซึ่งเป็นผู้นำด้านการดาวน์โหลดวิดีโอคุณภาพสูงที่มีผู้พัฒนาวิดีโอมากกว่า 50 ล้านวิดีโอทั่วโลก โดยใน Vive Video รูปแบบใหม่นี้ ผู้ใช้งานสามารถทำการค้นหาและรับชมวิดีโอคอนเทนต์ผ่านตัวแว่น VR ได้เลย

Vive Video เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการดาวน์โหลดมากที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดบนระบบ SteamVR ที่ผู้ใช้งานสามารถรับชมวิดีโอแบบ 180 องศาและ 360 องศา พร้อมเปิดให้ใช้งานได้ Vive และแพลตฟอร์ม Daydream

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วไป เหล่าเกมเมอร์ และลูกค้าองค์กรธุรกิจให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ HTC Vive เวอร์ชั่นปัจจุบันจะยังคงมีวางจำหน่าย ควบคู่ไปกับเวอร์ชั่นอัพเกรด Vive Pro ที่จะออกวางจำหน่ายในปีนี้

Lenovo™ จับมือ Intelâ สร้างประสบการณ์การยืนยันตัวตนบนโลกออนไลน์

ในปีที่ผ่านมา Lenovo™ จับมือ Intelâ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่ามากถึง 81% ของปัญหาการเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูรหัสผ่าน หรือการถูกขโมยรหัสผ่าน[i] และมากไปกว่านั้นอัตราส่วนของการโจมตีข้อมูลด้วยการหลอกลวงให้ ผู้ใช้กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือ Phishing Attacks มีการเติบโตมากถึง 65% ต่อปีเลยทีเดียว[ii] ในปัจจุบันที่มีการใช้บริการบนโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้การป้องกันข้อมูลส่วนตัวต่างๆบนอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ จำเป็นต้องมีมาตรการการรักษาความปลอดภัย ข้อมูลที่แข็งแรง และเท่าทันการโจมตีข้อมูลในรูปแบบที่เปลี่ยนไป

Lenovo™ จับมือ Intelâ สร้างประสบการณ์การยืนยันตัวตนบนโลกออนไลน์

Lenovo™ จับมือ Intelâ สร้างประสบการณ์การยืนยันตัวตนบนโลกออนไลน์

เลอโนโวและอินเทลจับมือเปิดตัวคอมพิวเตอร์ PC เครื่องแรกที่มาพร้อมกับระบบยืนยันตัวตนแบบ built-in รองรับการใช้บริการออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการซื้อของออนไลน์ก็สะดวกปลอดภัยมากขึ้น โดยคอมพิวเตอร์ PC รุ่นใหม่ๆ ของเลอโนโว
ได้แก่ Yoga™ 920, ThinkPad™ X1 Tablet รุ่นที่ 2, ThinkPad X1 Carbon รุ่นที่ 5 และ IdeaPad™ 720S จะมาพร้อมกับระบบการยืนยันตัวตน FIDO-Certified Authenticators ที่ทำงานประสานกับฟีเจอร์ Intel Online Connect บน Intel Core™ Processors รุ่นที่ 7 และ 8 ทำให้การยืนยันตัวตนบนโลกออนไลน์นั้นง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการล็อคอิน เข้าเว็บไซต์ต่างๆ อย่าง PayPal, Google, Dropbox และ Facebook

การยืนยันตัวตนบนโลกออนไลน์ที่ง่าย และปลอดภัยด้วยการสัมผัสนิ้วมือบนYoga 920

แทนที่จะใช้เพียงแค่รหัสผ่านในการยืนยันตัวตนล็อคอินเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ ผู้ใช้จะสามารถล็อคอินได้โดยด้วยการสแกนลายนิ้วมือบนระบบ Universal Authentication Framework (UAF) หรือเพียงกดอนุมัติบนอุปกรณ์ที่รองรับการยืนยันตัวตน แบบสองส่วนประกอบ หรือ Universal 2nd Factor (U2F) ได้ทันที ด้วยระบบมาตรฐานการยืนยันตัวตน FIDO Authenticators ที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง เว็บไซต์ต่างๆ จะใช้ข้อมูลกุญแจรักษาความปลอดภัย ที่ฝังมากับเครื่องในการตรวจสอบสิทธิ์ เป็นการเพิ่มเกราะป้องกันการโจมตี และลดอัตราเสี่ยงต่อการหลอกลวงข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งาน[iii]

· UAF เทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ: เพียงแตะนิ้วมือลงบนแผ่นอ่านลายนิ้วมือ ที่มาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ผู้ใช้ก็จะสามารถยืนยันสิทธิ์เข้าใช้งาน PayPal ได้ทันที

· U2F เทคโนโลยียืนยันตัวตนแบบสองส่วนประกอบ: เป็นมาตรการความปลอดภัยข้อมูล ที่เพิ่มขึ้นหลังจากผู้ใช้ทำการล็อคอินเข้าเว็บด้วยรหัสผู้ใช้งานและรหัสผ่านตามปกติ โดยแทนที่ระบบจะส่งข้อความไปยังอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่งเพื่อยืนยันตัวตน ผู้ใช้จะสามารถยืนยันตัวตนเพียงแค่กดปุ่มอนุมัติบนเครื่อง PC เพื่อทำการล็อคอิน เข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ Google, Facebook, Dropbox หรืออื่นๆ ได้ทันที

Intel Online Connect และ Intel Software Guard Extensions (Intel SGX) นั้นเป็นฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Intel Core processors รุ่นที่ 7 และ 8 เพื่อป้องกันข้อมูลการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ ด้วยการนำเทคโนโลยีการอ่านลายนิ้วมือมาใช้ในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

มาตรการความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอีกด้วย ด้วยระบบการยืนยันตัวตนที่มาพร้อมกับเครื่อง PC โดยตรง ทำให้ผู้ประกอบการการค้าต่างๆ สามารถรับรองความปลอดภัยข้อมูลของผู้ใช้ PC ซึ่งเข้าใช้งานระบบออนไลน์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสังคมออนไลน์ ธนาคารออนไลน์ หรือซื้อของออนไลน์

การเชื่อมโยงของโลกออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการมาตรการ การป้องกันข้อมูลที่ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งการประสานการทำงานของเทคโนโลยีอันทันสมัย เข้ากับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์นั้นจะช่วยอุดช่องโหว่ของการใช้งานรหัสผ่าน (passwords) เพียงอย่างเดียว เป็นเกราะป้องกันการโจมตีเพื่อขโมยข้อมูล และช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานด้วยการเข้ารหัสที่ผูกมากับฮาร์ดแวร์โดยตรง ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้เวลาบนโลกออนไลน์ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องความปลอดภัยข้อมูลอีกต่อไป

Akamai เปิดตัวบริการใหม่ ค้นคว้าและความร่วมมือเพื่อช่วยให้ลูกค้า

อะคาไม เทคโนโลยีส์ ประกาศวิสัยทัศน์การบูรณาการมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลระดับโลกในการประชุม ‘EDGE’ ครั้งล่าสุด Akamai เปิดตัวบริการใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมสำหรับลูกค้าประประจำปี ซึ่งจัดขึ้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

Akamai เปิดตัวบริการใหม่ การค้นคว้าและความร่วมมือเพื่อช่วยให้ลูกค้า

Akamai เปิดตัวบริการใหม่ ค้นคว้าและความร่วมมือเพื่อช่วยให้ลูกค้า

ปัจจุบันลูกค้ามีความต้องการใช้บริการออนไลน์ที่รวดเร็วและได้รับการสนับสนุนจากการป้องกันข้อมูลระดับโลก การประชุม EDGE เน้นย้ำว่าธุรกิจนี้สามารถทำได้จริง โดยภายในงาน อะคาไมได้ประกาศ 3 วิธีบูรณาการหลักๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเอาชนะความท้าทายต่างๆ ประกอบด้วย สินค้านวัตกรรม หุ้นส่วนทางสร้างสรรค์ และความพยายามในการค้นคว้าศึกษา

นวัตกรรมการบริการชั้นนำในอุตสาหกรรม

· เนื่องจากเป็นบริการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่บนระบบ Cloud Security ของบริษัท อะคาไม จึงกำลังจะเปิดตัว Bot Manager Premier เพื่อช่วยองค์กรจัดการผลกระทบจากการคุกคามของบอตตลอดทั้งเครือข่ายดิจิทัล Bot Manager Premier จะช่วยตรวจจับกิจกรรมของบอตที่ปลอมตัวมาในรูปแบบของมนุษย์ขณะล็อกอินและทำธุรกรรมต่างๆ แม้ว่าบอตพยายามจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลบหลีกการตรวจจับอย่างต่อเนื่องก็ตาม

· อะคาไม ยังได้ประกาศกลยุทธ์เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการบูรณาการเครื่องมือ IoT (Internet of Things) ไว้ในโครงสร้างพื้นฐานของระบบ IT จากนวัตกรรมนี้อะคาไม ได้ยกระดับขีดจำกัด ความสามารถในการทำงาน และความปลอดภัยของ Akamai Intelligent Platform เพื่อรองรับการกระจายข้อมูลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และยืดหยุ่น ไปยังอุปกรณ์เชื่อมต่อทุกที่ทั่วโลก รวมทั้งยกระดับการสื่อสารขั้นสูงและการประมวลผลข้อมูลที่เกิดจากการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เหล่านี้ โดยจะเริ่มจากความพร้อมใช้งานของการอัพเดต Over The Air (OTA) หรือเครื่องมือที่ออกแบบพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทผลิตรถยนต์ด้านการออกแบบอุปกรณ์เชื่อมต่อรถยนต์

· นวัตกรรมหลักๆ สำหรับทางเลือกของเว็บไซต์และอุปกรณ์สื่อสารของ อะคาไม ที่เปิดตัวโดยเน้นการปรับปรุงเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นดังนี้

– เชื่อมต่อประสิทธิภาพด้านดิจิทัลไปยังความต้องการของธุรกิจด้วย ‘mPulse Lite’ผลิตภัณฑ์ชั้นนำตัวใหม่ที่ใช้จัดการประสิทธิภาพด้านดิจิทัลของ Ion-Akamai ซึ่งระบุโอกาสที่ต้องปรับปรุงอย่างชัดเจนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้

– การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้เพื่อปรับประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการปรับปรุงเว็บไซต์หลักและชุดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนมือถือ เช่นการปรับให้โทรศัพท์มือให้มีประสิทธิภาพขึ้นและค่อยๆ ปรับการทำงานของ Adaptive Learning Engine

– การสนับสนุนกลยุทธ์ DevOps เพื่อรองรับลูกค้าตลอดทั้งการขยายธุรกิจสำคัญ ผ่านแนวคิดการวาง DevOps ในแนวเดียวกันเพื่อให้นักพัฒนาจะได้ใช้ประโยชน์ของโซลูชั่นส์ต่างๆโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน

· อะคาไม ยังได้สาธิตวิธีการนำการพยากรณ์การออกอากาศทางโทรทัศน์ไปยังวิดีโอออนไลน์ บริษัทได้สาธิตวิธีที่ได้รับการออกแบบให้บรรลุเป้าหมายอย่างไร้อุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกวิดีโอออนไลน์คุณภาพสูงไปยังผู้ชมวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียงผ่านระบบเศรษฐศาสตร์ยั่งยืน ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ผู้ค้าสามารถส่งได้เฉพาะ 2 ใน 3 ชนิด อะคาไม แสดงให้เห็นว่าบริการหลายอย่างเช่น การส่งออกจากแหล่งข่าวที่หลากหลาย การเพิ่มโฆษณาที่สร้างสรรค์ลงไป การบูรณาการประสิทธิภาพสูงสุดด้วยบริการคลาวด์ การรวมการเผยแพร่ข่าวคุณภาพสูงและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน liveOrigin™ รวมถึงความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลบนการตรวจวัดระยะไกลจากแหล่งกำเนิดวิดีโอไปยังผู้ชม สามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้าที่เป็นผู้ชมได้อย่างดี

การรวมมือกันอย่างทันที

· ความสามารถของเครือข่ายการส่งเนื้อหาของ อะคาไม เปิดให้ใช้บริการแล้วผ่าน IBM Cloud สิ่งที่จะมอบให้ในอนาคตถูกออกแบบเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพของเนื้อหาของลูกค้า รวมถึงแอพลิเคชั่นที่ถูกจัดและส่งผ่านระบบ IBM Cloud การมอบเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพแก่ธุรกิจเพื่อดันการลงทุนคลาวด์ให้ถึงที่สุด ลูกค้า IBM Cloud สามารถซื้อ Akamai CDN ที่ให้ทางเลือกแบบ “self-select” ในระบบคลาวด์พอร์ตทัลของ IBM ได้

การส่งข้อมูลเชิงลึก

· ในฐานะผู้ให้บริการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อะคาไม มีวิสัยทัศน์ใหม่เกี่ยวกับความถี่ที่ใหลผ่านมายังระบบอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายองค์กร จากการสืบสวนเกี่ยวกับพฤติกรรมของบอตเน็ตที่เป็นอันตรายโดยใช้เทคนิค Fast Flux โดยอะคาไม สามารถตรวจจับการทำงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นสาเหตุว่าทำไมความซับซ้อนในระดับสูงนี้ต้องมีวิธีการใหม่ๆ เพื่อตรวจจับ ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดสมุดเล่มขาวสามารถได้แล้วที่นี่

การเพิ่มยอดรวมสินค้าผ่านการซื้อขายกิจการ

· Nominum ได้รับการคาดหวังให้ช่วยสนับสนุนความปลอดภัยของสินค้าขององค์กรและผู้ส่งสินค้าของ อะคาไม โดยอะคาไม เทคโนโลยีส์ ได้เซ็นสัญญาซื้อ Nominum ซึ่งเป็นผู้นำในตลาด DNS และทางเลือกความปลอดภัยขององค์กรสำหรับผู้ส่งข้อมูล การเจรจาซื้อขายนี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจด้านระบบความปลอดภัยของอะคาไม พร้อมกับขยายตลาดการส่งออกไปยังผู้ส่งข้อมูลเพื่อตอบสนองลูกค้าองค์กร การซื้อขายด้วยเงินสดคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสนี้

โนเกียติดตั้งโซลูชั่น Data Center Interconnect ในประเทศไทย

โนเกียให้บริการติดตั้งโซลูชั่น DCI แก่ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ซึ่งโซลูชั่นที่ติดตั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโซลูชั่นแรกๆ โซลูชั่น Data Center Interconnect ของประเทศไทยสำหรับ DCI แบบใช้งานในระยะไกล ทำให้การติดต่องานจากที่บริษัทสู่สาขาหรือ ฟรีแลนซ์ ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี Dense Wavelength Division Multiplexing (DWDM) ของโนเกียในการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์สองแห่งของ INET ในกรุงเทพฯ เข้ากับอีกแห่งในจังหวัดสระบุรี

โนเกียติดตั้งโซลูชั่น Data Center Interconnect ในประเทศไทย

โนเกียติดตั้ง โซลูชั่น Data Center Interconnect ในประเทศไทย

ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของ INET มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ๆ ทั่วโลกขยายแผนการโฮสติ้งข้อมูลของตนเพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มการใช้งาน Big Data INET ได้ลงทุนขยายจำนวนดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเชื่อมต่อข้อมูลปริมาณมหาศาลระหว่าง Data Center เพื่อให้สามารถจัดการข้อมูลของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ทั้งยังมีต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้น

โนเกียได้ติดตั้งโซลูชั่น DCI ร่วมกับตัวแทนจำหน่าย บริษัท เตียวฮง สีลม จำกัด ซึ่งโซลูชั่นที่ติดตั้งนี้ช่วยให้ INET สามารถนำเสนออินเทอร์เฟซสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และขนาดดาต้าที่หลากหลายให้แก่ลูกค้าทั้งกลุ่มลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ซึ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้ใช้บริการเครือข่ายที่มั่นคงและปลอดภัย โดยโซลูชั่นดังกล่าวพัฒนาบนพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ 1830 Photonic Service Switch (PSS) และบริหารจัดการโดย Network Services Platform โดย1830 PSS นี้เป็นแพลตฟอร์มประเภท Dense Wavelength Division Multiplexing (DWDM) ซึ่งให้ความจุสูง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการที่จำเป็นสำหรับเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์แบบใช้งานในระยะไกลได้อย่างดี

นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านไอซีทีชั้นนำที่กำลังขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เราต้องเผชิญกับความท้าทายในการเชื่อมโยงดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งที่กระจายอยู่ห่างไกลกันมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบการเชื่อมโยงด้วยสายไฟเบอร์ออฟติกธรรมดานั้นไม่เพียงพอจะรองรับการขยายธุรกิจ ดังนั้น เราจึงได้ประเมินโซลูชั่น DCI หลายรูปแบบในท้องตลาดและพบว่า คุณสมบัติและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์จากโนเกีย รวมถึงบริการสนับสนุนทางเทคนิคแก่ลูกค้าโดยทีมผู้เชี่ยวชาญในประเทศช่วยให้เรามั่นใจในการเพิ่มขีดความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์เมื่อเกิดการเชื่อมต่อระหว่างกัน”

นายเซบาสเตียน โลรองต์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท โนเกีย กล่าวว่า “เทคโนโลยี DCI ชั้นนำของเราจะช่วยส่งเสริมธุรกิจ DCI ของ INET ได้อย่างเต็มที่ ทั้งในประเทศและทั่วโลก ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่มีการเติบโตอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเป็นศูนย์กลางการค้าหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยทำเลที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีบทบาทสำคัญในแผนการเติบโตของ INET และหวังว่าจะได้รับโอกาสและความไว้วางใจต่อไปในตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้”

SocialNetworkDownload.com © 2014 Frontier Theme