SocialNetworkDownload.com

แหล่งรวมโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์ค สังคมออนไลน์ เอาไว้มากที่สุด

บทความยอดนิยม

ทรานส์เซนด์ เปิดตัวไดรฟ์ SSD แบบพกพารุ่น ESD250C

ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เเมชัน อิงค์, (Transcend) ผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและอุปกรณ์มัลติมีเดีย มีความภูมิใจในการนำเสนอ SSD แบบพกพารุ่น ESD250C ตัวเคสทำจากโลหะที่มีความทนทานและเคลือบด้วยโทนสีเทา ใช้อินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen 2 ในรูปแบบของ USB Type-C พร้อมการฟอร์แมตมาจากโรงงานในรูปแบบ exFAT ที่ทำให้พร้อมใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS ไดรฟ์ ESD250C ไม่เพียงแต่ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์เดสสก์ท็อปและคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊กได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลให้กับอุปกรณ์แบบพกพารวมถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลได้อีกด้วย

ทรานส์เซนด์ เปิดตัวไดรฟ์ SSD แบบพกพารุ่น ESD250C

ทรานส์เซนด์ เปิดตัวไดรฟ์ SSD แบบพกพารุ่น ESD250C

เพิ่มประสิทธิภาพด้วย USB 3.1 Gen 2 และ UASP

ESD250C ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากอินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen 2 ให้ความเร็วในการถ่ายโอนที่ยอดเยี่ยมสูงถึง 520MB/s นอกจากนี้ยังรองรับ UASP (USB Attached SCSI Protocol) ซึ่งทำให้ ESD250C สามารถเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนได้เร็วกว่าอินเทอร์เฟส USB 3.0 แบบดั้งเดิมเมื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ที่เปิดใช้งาน UASP

ดีไซน์ที่เพรียวบางพกพาง่าย

นอกเหนือจากการนำเสนอความเร็วที่สูงกว่าฮาร์ดไดรฟ์พกพาทั่วไป ESD250C ยังมีขนาดเล็กพอที่จะใส่ลงในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือของคุณได้ ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและความหนาเพียง 7.5 มม. ไดรฟ์ ESD250C ไม่เพียงแต่พกพาได้สะดวกเท่านั้น แต่ยังมีความทนทานในขณะที่เฉดสีเทา กืทำให้ตัวไดรฟ์ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจในสไตล์มินิมัลลิสต์

เข้ากันได้กับทุกอุปกรณ์

เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่มีพอร์ต USB ที่แตกต่างกัน ESD250C มีพอร์ต USB Type-C ที่ให้ความเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับเครื่องเดสก์ท็อป, โน้ตบุ๊ก, อุปกรณ์พกพา และเครื่องเล่นเกมคอนโซล นอกเหนือจากนั้น ESD250C ยังมาพร้อมกับสาย USB Type-C และสายแบบ USB Type-C to Type-A สำหรับการเชื่อมต่อที่ราบรื่นกับอุปกรณ์ USB Type-C รุ่นล่าสุดหรือพีซีทั่วไปที่มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-A

ซอฟต์แวร์ Transcend Elite

Transcend Elite คือชุดของซอฟต์แวร์ที่มีความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS ที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี ซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ Transcend Elite ประกอบไปด้วยการสำรองข้อมูล, การเข้ารหัสข้อมูล และการสำรองข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ ช่วยให้ผู้ใช้จัดเก็บและจัดการไฟล์ได้อย่างปลอดภัยและอัปเดตอยู่เสมอ

การรับประกัน

SSD แบบพกพารุ่น ESD250C มีความจุให้เลือกใช้สองขนาดคือ 240GB และ 480GB พร้อมรับประกันโดยทรานส์เซนด์เป็นเวลาสามปี

หมายเหตุ: ก่อนใช้งานร่วมกับอุปกรณ์แบบพกพา โปรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณรองรับการทำงานของ USB OTG ด้วย

ซินโนโลยี เปิดตัว MR2200ac เทคโนโลยี Mesh ตัวแรกในประเทศไทย

เปิดตัวเราเตอร์ MR2200ac เราเตอร์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Mesh ตัวแรกที่รองรับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของ Wi-Fi (WPA3) เพื่อให้ทุกบ้านมีไวไฟที่รวดเร็ว ลื่นไหล และครอบคลุมทุกตารางเมตรของบ้านตลอดการใช้งาน ทั้งยังถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและป้องกันเครือข่ายในบ้านอย่างสมบูรณ์ โดยเราเตอร์ไร้สายอันทรงประสิทธิภาพนี้ ถูกออกแบบมาให้สามารถติดตั้งแยกกัน แต่ทำงานร่วมกันได้ เพื่อขยายขอบเขตการกระจายสัญญาณด้วยยูนิตเสริมอย่างง่ายดาย สร้างเครือข่าย Mesh ที่ครอบคลุมทั่วทั้งบ้าน ไม่ว่าจะมีพื้นที่กว้างแค่ไหนก็ตาม

ซินโนโลยี เปิดตัว MR2200ac เทคโนโลยี Mesh ตัวแรกในประเทศไทย

ซินโนโลยี เปิดตัว MR2200ac เทคโนโลยี Mesh ตัวแรกในประเทศไทย

จากผลสำรวจของ ไอเอชเอส มาร์กิต (IHS Markit) พบว่ามีการคาดการณ์ว่าจำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นประมาณ 12% ทุกปี จาก 27 ล้านเครื่องในปี 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 125 ล้านเครื่อง ภายในปี 2573

Kuei-Huan Chen ผู้จัดการอาวุโส ซินโนโลยี กล่าว “การคาดการณ์ดังกล่าวทำให้เราตระหนักได้ว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าหากันเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญ คือ การรับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในเครือข่ายของเราบ้าง เพื่อการป้องกันอุปกรณ์และครอบครัวของเรา จากการถูกเจาะเข้ามาในระบบจากบุคคลภายนอก เราจึงสร้างเราเตอร์ MR2200ac ร่วมกับบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ (Qualcomm Technologies, Inc.) ที่รองรับ Wi-Fi รุ่นล่าสุด และมีเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย ซึ่งทำให้เกิดเครือข่ายที่ชาญฉลาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”

Gopi Sirineni รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์กล่าวว่า “บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ มุ่งมั่นในการให้บริการเครือข่าย Wi-Fi ทรงประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเครือข่าย Mesh บนแพลตฟอร์มของควอลคอมม์ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยและความสามารถในการเชื่อมต่อภายในบ้านระดับสูงให้แก่ ลูกค้ารีเทลทั่วโลก โดยเราเดินหน้าจับมือกับซินโนโลยี เพื่อทำให้มั่นใจว่าผู้บริโภคของเรา จะได้เพลิดเพลินไปกับการใช้ไวไฟที่มีการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมทุกพื้นที่ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในบ้านขนาดเท่าใดก็ตาม”

คุณสมบัติพิเศษของ MR2200ac ประกอบด้วย

Ø คุณสมบัติ 1: ขยายสัญญาณ Wi-Fi ความเร็วสูงครอบคลุมทั่วทั้งบ้าน

ด้วยระบบประมวลผล Qualcomm® IPQ4019 แบบ 4 คอร์ในตัวของ MR2200ac ยกระดับความแรงของ Tri-band WI-FIหมดปัญหาจุดอับสัญญาณและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้ในที่ที่ไกลที่สุดของตัวบ้าน จัดการระบบเครือข่ายผ่าน Synology Router Manager (SRM) เจ้าของรางวัลระบบปฏิบัติ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงคุณลักษณะชั้นสูงระดับเดียวกับธุรกิจผ่านอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย

เทคโนโลยี Mesh อันชาญฉลาด: MR2200ac ถูกออกแบบมาให้สามารถเลือกช่องทางที่ดีที่สุดได้แก่ คลื่นความถี่2.4GHz, 5GHz หรือ Ethernet สำหรับการสื่อสารระหว่าง MR2200ac แต่ละตัวกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ที่อยู่ในบ้าน ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เร็วที่สุดเสมอ
ยกระดับประสบการณ์โรมมิ่ง: สนับสนุนการโรมมิ่งอย่างครอบคลุมด้วยมาตรฐาน 802.11 k, v, และ r ทำให้คุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องระหว่างเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งภายในบ้าน
การตั้งค่าที่ง่ายดาย: เลือกเราเตอร์ MR2200ac เครื่องที่ต้องการตั้งค่า ผ่านเว็บบราวเซอร์หรือ แอปพลิเคชั่น DS router จากสมาร์ทโฟน จากนั้นเครือข่ายจะกำหนดค่าและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยตัวเองโดยอัติโนมัติ
แผงควบคุม WI-FI ที่ดูง่ายในหน้าจอเดียว: ตรวจสอบสถานะจุดปล่อยสัญญาณไวไฟทุกจุดและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านแผนที่เครือข่าย ที่แสดงให้เห็นการเชื่อมต่อระหว่างจุดปล่อยสัญญาณ WI-FI แต่ละจุด ทั้งยังสามารถตั้งค่าตัวเลือกไวไฟสำหรับผู้เยี่ยมชมได้อีกด้วย
ทำงานร่วมกับเราเตอร์ของซินโนโลยี รุ่น RT2600ac: ช่วยให้สำนักงานสามารถขยายสัญญาณไวไฟของRT2600ac ได้กว้างไกลมากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ให้ทรงพลังสูงสุด

Ø คุณสมบัติ 2: ให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตปลอดภัยมากขึ้น แก่ทุกคนและทุกอุปกรณ์

ด้วยระบบปฏิบัติการ SRM1.2 รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมแพ็คเกจ Safe Access ที่มอบระบบการควบคุมแก่ผู้ปกครองที่ดีที่สุดและการรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติในระดับเครือข่าย ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องหาโซลูชั่นที่ทำงานเฉพาะกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งอีกต่อไป

สร้างโลกออนไลน์ที่เป็นมิตรต่อเด็กๆ: การสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ ที่กำหนดและจำกัดเวลาการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อปกป้องพวกเขาจากเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่เหมาะสมด้วยตัวกรองเว็บไซต์และ SafeSearch ซึ่งเป็นตัวกรองเว็บไซต์ที่สามารถกำหนดช่วงเวลาในการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่นได้ ผู้ปกครองยังสามารถรวบรวมเว็บไซต์ที่อนุญาตให้เข้าชม ไว้ใน White List สำหรับเด็กเล็กอีกด้วย
เข้าใจการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กๆ: ตรวจสอบช่วงเวลาออนไลน์และอุปกรณ์ที่เด็กๆ ใช้ รวมทั้งเว็บไซต์ที่พวกเขาเข้าชม เด็กๆ ยังสามารถส่งคำขอให้คุณปลดบล็อกบางเว็บไซต์ที่พวกเขาอยากเข้าชมได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมไปกับการเติบโตของเด็กๆ ในทุกย่างก้าว
โปรไฟล์เครือข่ายสำหรับอุปกรณ์พกพาและ IoT ในครอบครัว: อะไรก็ตามที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายของคุณหรือเครือข่ายผู้เยี่ยมชมจะเป็นไปตามนโยบายที่คุณกำหนด และกิจกรรมที่ผิดปกติจะถูกหยุดและบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ ปกป้องเครือข่ายของคุณอยู่เสมอ: เครื่องมือคัดกรองอัจฉริยะบล็อกการเข้าถึง DNS และ IP ที่เป็นภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ เมื่อเราเตอร์ของซินโนโลยี ผนวกรวมเข้ากับ Google Safe Browsing จะเพิ่มประสิทธิภาพของการป้องกันของกูเกิ้ลในการป้องกันมัลแวร์ การโจมตีแบบ Social Engineering และซอฟท์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ให้กับเครือข่ายทั้งหมดของคุณ

Ø คุณสมบัติ 3: คุ้มครอง WI-FI ด้วยมาตรฐานการป้องกันรุ่นใหม่ หรือ WPA3

MR2200ac เป็นหนึ่งในเราเตอร์รุ่นแรกๆ ที่รองรับ WPA3 หรือมาตรฐานการป้องกัน Wi-Fi ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับการทำงานใหม่ ได้แก่ WPA3-Personal, WPA3-Enterprise และ Enhanced Open™ ดังนั้น MR2200ac จึงทำให้บ้าน ธุรกิจ และเครือข่าย WI-Fi แบบเปิด ได้รับการป้องกันเต็มรูปแบบจากการสอดแนมหรือการโจมตีอื่นๆ และด้วยการอัพเดทฐานข้อมูลที่รวดเร็วและต่อเนื่องของซินโนโลยี จะสนับสนุนให้เครือข่าย Mesh ของคุณมีความพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา

 

ได้โบนัสแรกของปีมา เอาไปทำไรให้ดีต่อใจกันดีนะ

สำหรับพนักงานหน้าใหม่การได้รับเงินโบนัสจากการทำงานก้อนแรกในชีวิตคงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย แต่หากได้รับมาแล้วและมีการวางแผนการใช้จ่ายเงินไม่ดีพอ เงินก้อนนั้นก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ ฟรีแลนซ์ เองก็ตาม แล้วเป็นการ ได้โบนัสแรกของปีมา ดังนั้น ขอแนะนำวิธีบริหารเงินโบนัสก้อนแรกของพนักงานหน้าใหม่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอยู่กับเราไปนาน ๆ

ได้โบนัสแรกของปีมา เอาไปทำไรให้ดีต่อใจกันดีนะ

ได้โบนัสแรกของปีมา เอาไปทำไรให้ดีต่อใจกันดีนะ

ชำระหนี้

หากมีหนี้ควรนำโบนัสที่ได้ไปชำระหนี้ไว้ให้หมด หรือแบ่งเงินมาจ่ายยอดให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้หนี้ของคุณมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่แสนโหด สำหรับพนักงานหน้าใหม่บางรายที่เคยกู้เงินเรียนกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ก็ควรเร่งนำเงินไปชำระ เพื่อให้หมดหนี้ให้เร็วที่สุด อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับรุ่นน้องคนอื่น ๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียนหนังสือด้วย

เปิดบัญชีฝากประจำ

แม้ว่าในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอาจไม่สูงเท่าไหร่นัก แต่การเปิดบัญชีฝากประจำ จะช่วยบังคับให้คุณออมเงินในทุก ๆ เดือน มีเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้ ที่สำคัญการฝากบัญชีแบบประจำนั้นไม่สามารถถอนเงินหรือใช้จ่ายเงินผ่านโมบายล์ แอพพลิเคชั่นได้ ทำให้คุณมีเงินเก็บในบัญชีโดยไม่สามารถถอนมาใช้ได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งต่างจากการฝากบัญชีออมทรัพย์ ที่ถึงแม้ว่าคุณจะไม่พกบัตร ATM ติดตัวเพื่อป้องกันการใช้เงิน แต่หากคุณเจอของที่ถูกใจก็สามารถถอนเงินมาใช้ได้ หรือสามารถใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือคู่กายได้

ซื้อทอง

สำหรับใครที่เป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ การออมเงินสดอาจทำให้คุณดึงมาใช้จนหมดไปได้ แนะนำให้คุณออมทองแทน หากมีเงินเยอะ ซื้อเยอะวันหนึ่งที่ราคาทองขึ้นคุณอาจนำมาขายเอากำไร หรือหากซื้อน้อย ก็ค่อยสะสมไปเรื่อย ๆ เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถนำมาขายเป็นเงินสดได้

ให้รางวัลตัวเอง

การให้รางวัลกับตัวเอง ด้วยการซื้อของที่อยากได้มานานหรือจองโรงแรมหรือทริปทัวร์ที่อยากไป จะช่วยคืนความสุขให้กับคุณหลังจากเคร่งเครียดกับการทำงานมาตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างกำลังใจ ให้รู้สึกอยากทำงานในปีต่อ ๆ ไปให้กับคุณด้วย หรือหากคุณไม่มีความอยากได้อะไร อาจให้รางวัลกับตัวเองด้วยการซื้อหนังสือมาอ่าน หรือลงสมัครเรียนคอร์สระยะสั้นเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับการทำงานของคุณในอนาคตก็ได้

ตอบแทนผู้มีบุญคุณ

เงินโบนัสก้อนแรกนั้นสำคัญมาก ดังนั้นคุณควรนำเงินส่วนหนึ่งไปให้ผู้มีบุญคุณกับคุณ ที่ช่วยทำให้คุณเรียนจบ และมาทำงานในจุดนี้ได้ อาจซื้อของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับนายจ้างตอบแทนที่เขารับคุณเข้าทำงานในที่แรก สั่งสอนให้คุณรู้จักชีวิตการทำงาน หรือแบ่งใส่ซอง ซื้อทอง ซื้อของขวัญให้กับพ่อแม่ ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ของคุณ

นำไปลงทุน

การนำเงินไปลงทุนนั้นทำได้หลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับงบประมาณของแต่ละคน สำหรับคนที่ไม่มีภาระอาจนำลงทุนในกองทุน LTF/RMF ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีความชำนาญในการลงทุนหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุน หรือจะนำไปซื้อประกันภัยแบบออมทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงต่ำแต่จะเน้นเรื่องการมีเงินออม พร้อมความคุ้มครองต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีประจำปีได้

ทำบุญ

“ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” เมื่อเราได้รับโบนัสมา อาจนำเงินนั้นไปส่งต่อความสุขให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินให้โรงพยาบาล หรือรวมเงินกับเพื่อนร่วมงานจัดกิจกรรม เลี้ยงอาหารตามมูลนิธิต่าง ๆ

กลุ่ม Micro Merchant ผนึกกำลังพันธมิตรชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และวีซ่า

“ธนาคารไทยพาณิชย์” เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่ง SCB QR Payment Platform (เอสซีบี คิวอาร์ เพย์เมนต์ แพลตฟอร์ม) มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผนึกกำลัง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” แฟรนไชส์สตรีทฟู้ดส์ ประเภทก๋วยเตี๋ยวชื่อดังระดับประเทศ เปิดมิติใหม่วงการสตรีทฟู้ดส์เมืองไทย ด้วย “โททัล บิสซิเนส โซลูชัน” (Total Business Solution) บริการด้านการบริหารเงินสำหรับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ และผู้ซื้อแฟรนไชส์

กลุ่ม Micro Merchant ผนึกกำลังพันธมิตรชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และวีซ่า

กลุ่ม Micro Merchant ผนึกกำลังพันธมิตรชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และวีซ่า

หนึ่งในคีย์โซลูชันที่มาพร้อมกับบริการโดนใจ อาทิ บริการรับชำระเงินด้วย QR Payment Platform สำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการซื้ออุปกรณ์ และวัตถุดิบจากชายสี่บะหมี่เกี๊ยวโดยไม่ต้องใช้เงินสด รวมถึงระบบการจัดการข้อมูลต่างๆ ที่สามารถนำมาพัฒนาและช่วยให้การบริหารจัดการร้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังนำเสนอสินเชื่อหมุนเวียนสำหรับร้านค้าเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ พร้อมจับมือกับ “วีซ่า” ผู้ให้บริการด้านระบบชำระเงินชั้นนำของโลก พลิกโฉมการจับจ่ายของคนไทยด้วยระบบ Scan to Pay (สแกน ทู เพย์) ชำระเงินค่าอาหารที่ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวด้วยการสแกน QR Code และเลือกชำระเงินผ่าน Virtual Credit Card (เวอร์ชวล เครดิต การ์ด) ซึ่งถือเป็นบริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตด้วย Ticket size ขนาดเล็กเป็นครั้งแรก จับกลุ่มลูกค้าระดับ Micro Merchant เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป เป็นการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด มั่นใจความร่วมมือในครั้งนี้จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทั้งเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ให้บริการ “SCB QR แม่มณี” ที่ 2 ล้านราย ภายในสิ้นปี 2562

นางสาวพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล 4.0 มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินที่คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาทำธุรกรรมบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันมากขึ้น ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นคมนาคม โรงพยาบาล วัด มหาวิทยาลัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจร้านอาหารที่ผู้ประกอบการเริ่มให้บริการชำระค่าอาหารด้วยระบบ QR Payment และกลายเป็นช่องทางรับชำระเงินที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

“หลังจากที่ธนาคารได้พัฒนาดิจิทัลเพย์เมนต์แพลตฟอร์มและให้บริการผ่านการทำแบรนด์ดิ้ง “SCB QR แม่มณี” พร้อมทั้งนำเสนอ Total Business Solution กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานั้น ผู้ประกอบการร้านค้าต่างให้การตอบรับ “SCB QR แม่มณี” เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ในฐานะธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านดิจิทัลเพย์เมนต์ อีกทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ผ่านยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ (Customer Experience) ผ่านการใช้ QR Payment Platform ล่าสุด “ไทยพาณิชย์” จึงได้จับมือกับ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” แฟรนไชส์ร้านอาหารสตรีทฟู้ดส์ประเภทก๋วยเตี๋ยวแถวหน้าของเมืองไทย และ “วีซ่า” ผู้ให้บริการด้านระบบชำระเงินชั้นนำของโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การใช้จ่ายแบบไร้เงินสดที่ดีเยี่ยม เพิ่มความสะดวกสบายให้เจ้าของแฟรนไชส์ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และลูกค้าผู้ใช้บริการ”

สตรีทฟู้ดส์ เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน ‘วงใน’ เกี่ยวกับพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลร้านอาหารในประเทศไทยพบว่า ในปี 2560 คนไทยมีการค้นหาเมนูอาหารเป็นจำนวนมากถึง 7,500,000 ครั้ง ซึ่งเมนูอาหารที่มีการค้นหามากที่สุด คือ “ก๋วยเตี๋ยว” ทำให้เห็นว่าธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก

“ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารริมทาง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในอุตสาหกรรมร้านอาหารที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ดังนั้นธนาคาร จึงได้นำเสนอบริการด้านการบริหารเงินแบบครบวงจร หรือ “Total Business Solution” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจเพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารแฟรนไชส์ขนาดเล็กโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีคีย์โซลูชันที่มาพร้อมบริการที่เอื้อประโยชน์ให้ทั้งเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และผู้บริโภคที่มาใช้บริการ อาทิ 1) ระบบชำระเงิน (B2B Payment) สำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการซื้ออุปกรณ์ และวัตถุดิบจากชายสี่บะหมี่เกี๊ยวผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด 2) ระบบการจัดการข้อมูลต่างๆ ที่เจ้าของแฟรนไชส์สามารถดึงข้อมูลออกมาวิเคราะห์เพื่อนำมาพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ 3) ในส่วนของผู้บริโภคที่มาใช้บริการก็จะได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นจากระบบรับชำระเงินที่ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้บริโภคสามารถเลือกชำระค่าอาหาร ณ ร้านรถเข็นขายอาหารริมทางด้วยเวอร์ชวล เครดิตการ์ด (Virtual Credit Card) ที่อยู่ใน SCB EASY โมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชัน ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด “SCB QR แม่มณี” ที่มีสัญลักษณ์ VISA โดยไม่มีการจำกัดยอดชำระขั้นต่ำ โซลูชันต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงร้านอาหาร และผู้บริโภคเข้าด้วยกันได้ครบวงจรมากขึ้น อีกทั้งเมื่อเจ้าของแฟรนไชส์ และผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ใช้บริการ Total Business Solution ธนาคารจะสามารถวิเคราะห์ และประเมินสถานะ พฤติกรรมในการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าธุรกิจแฟรนไชส์ได้อย่างเหมาะสม เช่น สินเชื่อหมุนเวียนสำหรับร้านค้าที่ต้องการขยายธุรกิจให้เติบโต เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และตรงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยเกิด Ecosystem ด้านดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างแท้จริง ตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ให้บริการ SCB QR แม่มณี ที่ 2 ล้านราย ภายในสิ้นปี 2562” นางสาวพิมพ์ใจ กล่าวเสริม

นายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด กล่าวว่า “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ถือเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวที่มีส่วนแบ่งในตลาดอยู่ในอันดับต้นๆ มีรถเข็นคู่ค้ากระจายตัวอยู่กว่า 4,300 สาขา ทั่วประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีจุดแข็งด้านระบบการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเป็น ใยแมงมุม มีจำนวนสายส่งกว่า 100 สายส่ง และศูนย์กระจายสินค้า 7 ศูนย์ ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ช่วยให้คู่ค้าแฟรนไชส์ของเราดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว และเพื่อให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าควบคู่กับการขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ในปีนี้เราจึงมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดให้สอดคล้องกับเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล การร่วมมือกับ “ธนาคารไทยพาณิชย์” และ “วีซ่า” ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีของเรา และกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อแฟรนไชส์ ที่จะได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบการให้บริการบริหารจัดการเงินหรือ “Total Business Solution” ที่ช่วยให้การบริหารกิจการง่าย และสะดวกขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจให้แก่คู่ค้าแฟรนไชส์ ด้วยข้อเสนอสินเชื่อทางการเงินที่หลากหลายอีกด้วย อีกทั้งการนำระบบการรับชำระเงินด้วยการสแกน “SCB QR แม่มณี” ที่สามารถเลือกชำระเงินผ่านเวอร์ชวลเครดิตการ์ด (Virtual Credit Card) หรือตัดยอดเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับ SCB EASY โมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชันมาใช้ เพื่อช่วยลดปัญหาให้กับ สายส่งที่ต้องรับภาระความเสี่ยง และอันตรายในการถือเงินสดจำนวนมากในการขายสินค้าให้ลูกค้าแฟรนไชส์ และยังสามารถเพิ่มช่องทางการชำระเงินให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวอีกทางหนึ่งด้วย เป็นการสร้างภาพลักษณ์ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ยกระดับ “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” ให้เป็นที่ยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมร้านอาหารได้อย่างเต็มรูปแบบ” นายพันธ์รบ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “VISA Scan to Pay หรือ การชำระเงินผ่าน QR Code บัตรเครดิต เป็นการร่วมมือกันระหว่างวีซ่ากับธนาคาร และผู้ให้บริการบัตรเครดิตชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพลิกโฉมการใช้จ่ายในประเทศไทย โดยธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตที่เปิดให้บริการจะมีเมนู Scan to Pay อยู่ในแอปพลิเคชัน และเมื่อต้องการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตเพียงสแกนคิวอาร์โค้ดที่มีสัญลักษณ์ VISA แล้วยืนยันด้วยการกด PIN หรือสแกนลายนิ้วมือซึ่งระบบ Scan to Pay นอกจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับร้านค้าเมื่อผู้บริโภคเลือกชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับร้านค้ารายย่อยอย่างร้าน ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เป็นต้น จากการสำรวจเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยรู้จักการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจต้องการที่จะใช้วิธีการชำระเงินแบบนี้ เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเพื่อเป็นการกระตุ้นการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด วีซ่ายังได้จัดโปรโมชั่นมอบรางวัลให้กับผู้โชคดีที่ใช้บริการ Scan to Pay ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 จนถึง 31 มีนาคม 2562 โดยจะมีการประกาศชื่อผู้โชคดีในเดือนพฤษภาคมปี 2562 นี้”

Xiaomi จับมือ AIS จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ เร็ว แรง ระดับกิกะบิต

ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เสียวหมี่ (Xiaomi) ร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ กับ เอไอเอส ผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล Xiaomi จับมือ AIS ส่งมอบโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีจาก Xiaomi Mi 8 Lite 64 GB พร้อมสัมผัสประสบการณ์ความเร็ว แรง ระดับกิกะบิต บนเครือข่าย AIS NEXT G

Xiaomi จับมือ AIS จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ เร็ว แรง ระดับกิกะบิต

Xiaomi จับมือ AIS จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ เร็ว แรง ระดับกิกะบิต

โดยตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2561 ถึง 10 มกราคม 2562 เสียวหมี่และเอไอเอส จัดเต็มกับ 2 ข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี จากแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Mi 8 Lite 64 GB สมาร์ทโฟนกล้องดี มี AI และสเปกโดนใจ ในราคาสุดพิเศษ บนเครือข่ายคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด

ข้อเสนอสุดพิเศษแรก มอบส่วนลดค่าเครื่อง 4,000 บาท เหลือเพียง 3,990 บาท (จากราคาปกติ 7,990 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 899 บาท รับสิทธิ์ชมคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลก ฟรี! ตลอด 3 เดือนเต็ม บนแอปฯ AIS PLAY และ แพ็กเกจเสริม Premier Full HD, HOOQ และ VIU (มูลค่ารวม 1,981 บาท) โดยตลอด 10 เดือน (นับจากเดือนที่สอง) ผู้ใช้งานจะได้รับส่วนลดเงินคืนเดือนละ 150 บาท (สัญญา 12 เดือน)

ข้อเสนอสุดพิเศษที่สอง มอบส่วนลดค่าเครื่อง 3,000 บาท เหลือเพียง 4,990 บาท (จากปกติ 7,990 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,000 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 699 บาท รับสิทธิ์ชมคอนเทนต์ความบันเทิงระดับโลก ฟรี! ตลอด 3 เดือนเต็ม บนแอปฯ AIS PLAY และ แพ็กเกจเสริม Premier Full HD, HOOQ และ VIU (มูลค่ารวม 1,981 บาท) โดยตลอด 10 เดือน (นับจากเดือนที่สอง) ผู้ใช้งานจะได้รับส่วนลดเงินคืนเดือนละ 100 บาท อีกด้วย (สัญญา 12 เดือน)

Mi 8 Lite สเป็กที่ใช่ ในดีไซน์ที่สวยงาม

นายจอห์น เฉิน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียวหมี่ เทคโนโลยี กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับ เอไอเอส เพื่อมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษร่วมกัน โดยผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับนวัตกรรมใหม่ของ Xiaomi Mi 8 Lite บนเครือข่ายความเร็วสูง AIS 4G สมาร์ทโฟนได้ Xiaomi Mi 8 Lite ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเป็นสมาร์ทโฟนคู่ใจของผู้ใช้งานมากมายทั่วโลก ด้วยความมีสไตล์ที่โดดเด่น โดยการออกแบบตัวเครื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Claude Monet จิตรกรอิมเพรสชั่นนิสต์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการเล่นแสงจากสีธรรมชาติ ตัวเครื่อง Mi 8 Lite จึงเป็นกระจกโค้งที่สะท้อนแสงไล่ระดับสีสวยงาม นอกจากนี้ประสิทธิภาพของ Mi 8 Lite สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทย ทำให้เพลิดเพลินไปกับสมาร์ทโฟนนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ตลอดเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ และด้วยกล้องที่มี AI ทำให้มั่นใจว่ารูปที่ถ่ายจะออกมาดูดีเสมอ”

สัมผัสประสบการณ์ดิจิทัลที่เร็ว แรง ระดับกิกะบิต บนเครือข่าย AIS NEXT G

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล เราให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เราร่วมมือกับเสียวหมี่ในการออกโปรโมชั่นพิเศษสำหรับ Xiaomi Mi 8 Lite เพื่อให้คนไทยได้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนสเปกดีในราคาสุดคุ้มค่า เมื่อรวมกับศักยภาพเครือข่ายของเอไอเอสที่เร็ว แรง และครอบคลุมทั่วประเทศ เราเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน”

Xiaomi Mi 8 Lite มาพร้อมความจุ 4GB+64GB มี 2 สี ให้เลือก ได้แก่ Aurora Blue และ สี Midnight Black ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/xiaomi-mi8lite

อาชีพที่ตกงานได้น้อย และมีโอกาสเก็บเงินมาก

ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์กับนักลงทุนไทยและต่างชาติที่ต้องการสร้างฐานการผลิต ถึงเราจะเห็น ฟรีแลนซ์ หรือ พนักงานออฟฟิสมากขึ้นก็ตาม จึงส่งผลให้เกิดโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมากมาย และเกิดความต้องการแรงด้านการผลิตมากขึ้นตามไปด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังศึกษาในระดับวิชาชีพอยู่ ขอบอกเลยว่าคุณกำลังมาถูกทางแล้ว และนี่คือโอกาสและข้อได้เปรียบของคนทำงานสายวิชาชีพด้านการผลิตที่คุณอาจไม่เคยรู้

อาชีพที่ตกงานได้น้อย และมีโอกาสเก็บเงินมาก

อาชีพที่ตกงานได้น้อย และมีโอกาสเก็บเงินมาก

1. โอกาสตกงานน้อย

คุณภาพฝีมือแรงงานด้านการผลิตของไทยนั้นเป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ประกอบกับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความต้องการแรงงานสายการผลิตเป็นจำนวนมากขึ้น ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า ในเดือนมกราคม-ธันวาคม 2560 มียอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงานเดือนจำนวน 5,060 โรงงาน สอดคล้องกับสำรวจของ jobsDB ในหัวข้อภาพรวมตลาดงานของประเทศไทยในปี 2561 – ฝั่งผู้ประกอบการ ระบุว่าผู้ประกอบการไทยกว่า 50% มีแผนจะขยายกิจการและจ้างงานเพิ่ม นอกจากนี้ในช่วงฐานเดือนมกราคม ถึงธันวาคม ปี 2560 ธุรกิจการผลิตทั่วไป (Manufacturing) ยังเป็นธุรกิจที่มีจำนวนประกาศงานมากที่สุด

2. ฝีมือดียิ่งเติบโตไว

เมื่อเรียนสายอาชีวะจนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว คนที่ทำงานด้านการผลิตที่ต้องการเติบโตในหน้าที่ ต้องหมั่นพัฒนาทักษะฝีมืออย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงไปสอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ กับหน่วยงานที่เปิดสอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับสากล เพื่อนำใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในระดับต่าง ๆ ไปเพิ่มโอกาสในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในที่ทำงานเดิมแต่อยู่ในระดับที่สูงขึ้น หรือใช้ในการสมัครงานในบริษัทอื่น ๆ ได้ ซึ่งในประเทศไทย บางโรงงานอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดชัดเจนว่าหากคุณจะทำงานในตำแหน่งนี้ จะต้องผ่านการสอบคุณวุฒิวิชาชีพในระดับไหนขึ้นไป ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับเงินเดือน ค่าจ้างที่คุณจะได้รับด้วย

3. ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตที่หลากหลาย

ด้วยความที่มีนักลงทุนหลายสัญชาติเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย ทำให้คุณมีโอกาสได้เห็นกระบวนการผลิต และเทคโนโลยีการผลิตของแต่ละประเทศที่หลากหลายออกไป รวมไปถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของแต่ละประเทศด้วย เช่นหากคุณทำงานกับโรงงานสัญชาติญี่ปุ่น จะเน้นการทำงานที่เป็นระบบระเบียบขั้นตอน การแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย (แม้จะเป็นช่างฝีมือ) และการให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาในการทำงาน ในอีกมุมหนึ่ง หากคุณทำงานกับโรงงานนายจ้างในแถบยุโรป ที่ให้อิสระในการทำงานมากกว่า เขาจะปล่อยให้คุณได้แสดงความสามารถของตัวเองออกมาให้เห็นมากกว่า โดยมีกรอบวางไว้ให้

4. มีโอกาสแข่งขันฝีมือแรงงานกับเพื่อนชาวต่างชาติ

หากคุณทำงานให้กับบริษัทญี่ปุ่น หรือยุโรป คุณจะมีโอกาสได้นำความรู้และประสบการณ์การทำงานมาแสดงผลงานให้กับเพื่อนร่วมงานสายงานเดียวกัน ที่ประจำสำนักงานหรือสาขาในประเทศอื่น ๆ จนอาจเข้าตานายจ้างใหญ่ และมีโอกาสได้ไปทำงานให้กับบริษัทแม่ของโรงงานที่คุณทำอยู่ได้

ยกตัวอย่างเช่น คุณทำงานให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ A มีนายจ้างเป็นชาวญี่ปุ่น ในแต่ละปีอาจจะมีการจัดแคมเปญ นำช่างซ่อมรถยนต์ของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน เพื่อหาช่างซ่อมมืออาชีพ เพื่อไปดูงานหรือทำงานจริงที่สำนักงานใหญ่ประเทศญีปุ่นเป็นระยะเวลา 1 ปี มีโอกาสได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ และเรียนรู้ระบบโรงงานที่เป็นต้นกำเนิดรถยนต์ที่คุณทำงานอยู่ จากนั้นนำกลับมาประยุกต์ใช้กับงานที่คุณทำ หรือจะใช้ต่อยอดในการหางานใหม่ที่สูงขึ้นในอนาคตได้

5. เงินทองไม่รั่วไหล

การทำงานสายการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มักจะทำงานเป็นกะและไม่มีวันหยุดที่แน่นอนแบบสายอื่น ๆ เรียกได้ว่าแทบจะกิน-อยู่แต่ในโรงงาน บางโรงงานมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการฟรี อีกทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมักจะเป็นยูนิฟอร์มที่บริษัทจัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ด้วยตำแหน่งที่ตั้งโรงงานที่ส่วนใหญ่มักอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าให้คุณได้เดินเล่นหลังเลิกงาน ยิ่งทำให้คนทำงานสายนี้แทบจะไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน และสามารถเก็บเงินได้มากกว่าคนทำงานสายอื่น

การเข้าถึงบริการประกันภัยออนไลน์หลังได้รับสนับสนุน เงินทุนจาก IFC

การเข้าถึงบริการประกันภัยออนไลน์หลังได้รับสนับสนุน เงินทุนจาก IFC จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องต่างๆ และช่วยเพิ่มงบการลงทุนทางการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกันก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแลกิจการ นอกจากนี้ ยังช่วยให้เราได้นำเสนอประกันภัยรถยนต์แบบออนไลน์ที่ใช้ง่าย ราคาไม่แพง และเชื่อถือได้

การเข้าถึงบริการประกันภัยออนไลน์หลังได้รับสนับสนุน เงินทุนจาก IFC

การเข้าถึงบริการประกันภัยออนไลน์หลังได้รับสนับสนุน เงินทุนจาก IFC

www.Roojai.com ถูกพัฒนาเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถกรอกข้อมูลประกอบการคำนวณเบี้ยประกันได้เต็มรูปแบบและโปร่งใสที่สุด ขอใบเสนอราคาได้ฟรีภายในไม่กี่วินาที และสามารถทำประกันภัยได้ในเวลาไม่กี่นาที นอกจากนี้ การให้บริการออนไลน์ช่วยประหยัดต้นทุน ทำให้สามารถนำเสนอราคาที่จูงใจแก่ลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถชำระเงินได้ง่ายผ่านระบบออนไลน์ที่มีความปลอดภัยสูง ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าทุกคน รวมถึงผู้ขับขี่ที่มีรายได้น้อยจะสามารถเข้าถึงการบริการประกันภัยรถยนต์ออนไลน์แบบไร้ข้อจำกัด

คุณนิโคลัส กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราได้ขยายการบริการเสนอราคาประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ (ขนาด 400cc ขึ้นไป) โดยร่วมมือกับบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด(มหาชน) และเปิดตัวรู้ใจรีวอร์ดส (Roojai rewards) โปรแกรมเก็บแต้มสะสมเพื่อใช้แลกของขวัญและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่มาซื้อประกันภัยออนไลน์กับเรา นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัว มิสเตอร์คุ้มค่า (Mr Kumka) www.mrkumka.com แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับเปรียบเทียบราคา เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่มีแผนการคุ้มครองที่ดีที่สุด เหมาะสมกับความต้องการที่สุด จากบริษัทประกันภัยชั้นนำหลากหลายแห่งของประเทศไทย โดยไม่จำกัดเพียงรู้ใจดอทคอม นายหน้าประกันภัยรถยนต์ที่เสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ภายใต้กรมธรรม์ของบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด(มหาชน) เท่านั้น นอกจากนี้ ในปีหน้า เราจะมีการนำเสนอทางเลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ประเภทอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งนี่เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ต่อธุรกิจประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ในประเทศไทย

การลงทุนของ IFC ช่วยสนับสนุนบริษัท ให้สามารถพัฒนาระบบเทคโนโลยี เพื่อปรับปรุงคุณภาพในการบริการลูกค้า และเทคโนโลยีการซื้อประกันภัย ที่มีกระบวนการยุ่งยากซับซ้อน ให้สามารถเข้าถึงการประกันภัยรถยนต์ได้ง่ายขึ้น ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับตรวจสภาพรถยนต์ทางไกลผ่านวิดิโอคอลที่มีขั้นตอนง่ายๆ ประกอบการจัดทำประกันภัยอีกด้วยนอกจากนี้ รู้ใจดอทคอมยังสร้างประสบการณ์ใช้งานออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้น โดยลูกค้าของ “รู้ใจดอทคอม” สามารถจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางบัญชีข้อมูลส่วนตัว (My Account) ได้แก่ แลกแต้มสะสม การสอบถามสถานะการเคลม การเรียกดูสำเนาตารางกรมธรรม์ การแจ้งต่ออายุกรมธรรม์ ตรวจสอบหลักฐานการชำระการขอดูใบเสนอราคา และการขอความช่วยเหลือฉุกเฉินอื่นๆ ในระหว่างขั้นตอนการเคลมได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

คุณฟรานซิสโก แอนโทนีโอ โลซาโน ผู้นำธุรกิจประกันภัยภูมิภาคเอเชีย กลุ่มสถาบันการเงินระดับนานาชาติ บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ กล่าวว่า “IFC มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างความร่วมมือในระยะยาวกับ รู้ใจดอทคอม และมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคตเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงทุนในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแลกิจการ ความยั่งยืนในด้านการเงิน และสามารถนำเสนอบริการที่ดีที่สุด ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดให้แก่ลูกค้า การลงทุนในโมเดลธุรกิจที่มีความเป็นนวัตกรรมอย่างดีเยี่ยมกับรู้ใจดอทคอม จะช่วยส่งเสริมการเข้าถึงการจัดทำประกันภัยสำหรับลูกค้าในประเทศไทยได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ข้อมูลจาก IFC ระบุว่า แม้ว่าอัตราเบี้ยประกันภัยในประเทศไทย เติบโตอย่างช้าๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหากไม่หยุดที่จะพัฒนากลยุทธ์ที่ทันสมัยเพื่อการขยายตลาด ยังคงมีโอกาสสำหรับการพัฒนาการตลาดได้อีกมาก จากสถิติรวมของการประกันวินาศภัยทุกประเภท (Non-Life Insurance) ของประเทศไทยครึ่งหนึ่งมาจากการประกันภัยรถยนต์ผ่านบริษัทประกันภัยยอดนิยม 5 บริษัท จากรายงานผลประกอบของบริษัทประกันภัย เห็นได้ว่าการประกันภัยรถยนต์ยังคงมีผลกำไรเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ จะเห็นได้ว่าอัตราเบี้ยประกันรับที่โตขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณความต้องการการซื้อประกันภัยที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางตลอดจนการได้รับการสนับสนุนให้เข้าถึงการจัดทำประกันภัยเพื่อการโอนความเสี่ยงภัยไปยังบริษัทประกันภัยที่ง่ายและมีความโปร่งใสมากขึ้นนั่นเอง

เลอโนโวชวนเกมเมอร์ร่วม Thailand Game Show 2018 จัดเต็มกิจกรรม

เลอโนโวร่วมส่งเสริมและผลักดันวงการเกมเมืองไทยโดยได้จัดกิจกรรมออกบูธในงาน Thailand Game Show 2018 พร้อมชวนเหล่าเกมเมอร์ร่วมแข่งขันเล่นเกมกับแคสเตอร์และทีมแชมป์โลกกีฬาอีสปอร์ต, ถ่ายรูปกับเหล่าคอสเพลย์เพื่อลุ้นรางวัล และทดลองสัมผัสผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion ที่นำมาจำหน่ายภายในงานพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย

เลอโนโวชวนเกมเมอร์ร่วม Thailand Game Show 2018 จัดเต็มกิจกรรม

เลอโนโวชวนเกมเมอร์ร่วม Thailand Game Show 2018 จัดเต็มกิจกรรม

Thailand Game Show 2018 คือมหกรรมงานเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 2ที่เลอโนโวเข้าร่วมงาน โดยภายในงานเหล่าเกมเมอร์สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆที่บูธเลอโนโว อาทิ

· สัมผัสและทดลองผลิตภัณฑ์ พร้อมรับโปรพิเศษเอาใจคอเกมเมอร์ เมื่อซื้อสินค้า Lenovo Legion ภายในงาน รับฟรีทันที Legion kit (ภายในเซ็ตประกอบด้วย Headset, Gaming mouse, Mousepad , และหมวก Legion) หรือลงทะเบียนรับคูปอง Legion kit ที่บูธเพื่อนำไปรับของที่ระลึกชุดเดียวกันเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion ในงานคอมมาร์ท ระหว่างวันที่ 1 – 4 พฤศจิกายนนี้

· แข่งเกมอีสปอร์ตสุดฮิตอย่าง League of Legends สไตล์ Walk-in Aram Tournament เพื่อลุ้นชิงเงินรางวัลกว่า 30,000 บาท

· ลองของด้วยการชาเลนจ์นักกีฬาอีสปอร์ตแชมป์ระดับโลกอย่างทีม Ascension กับ G4, Lloyd, Rich และ Rockky

· เล่นเกมต่อสู้สุดมันส์อย่าง Gang Beasts กับน้าหมู BasGamer

· ถ่ายรูปร่วมกับคอสเพลย์คาร์แร็คเตอร์ดัง โพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็กเพื่อลุ้นรางวัลจากเลอโนโว

ผู้สนใจสามารถไปร่วมสนุกกับเลอโนโวได้ที่งาน Thailand Game Show ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2561 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน บูธ G10, P15-16

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมได้ที่ เลอโนโว ประเทศไทย website, RSS feeds หรือ Facebook และ Twitter

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดงานประชุม นวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในสิงคโปร์

ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดงานประชุม Innovation Summit ซึ่งเป็นงานประชุมด้านนวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 20 -21 กันยายน 2561 ณ มารีนา เบย์ แซนด์ส ประเทศสิงคโปร์ โดยมีลูกค้า พันธมิตร และซัพพลายเออร์ รวมทั้งผู้บริหารชั้นนำในวงการอุตสาหกรรม มากกว่า 1,500 ราย ตบเท้าเข้าร่วมงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการรวมพลผู้เชี่ยวชาญจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค และผู้นำทางความคิดในโลกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันแชร์มุมมองเชิงลึก และแนวคิดใหม่ๆ ที่ชัดเจน บนความความท้าทาย และโอกาส เพื่อเพิ่มขุมพลังขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดงานประชุม นวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในสิงคโปร์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดงานประชุม นวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในสิงคโปร์

งาน Innovation Summit World Tour จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยครอบคลุมอีก 20 งานที่จัดขึ้นในทั่วโลก นับเป็นการจัดงานที่มีจำนวนมากกว่าปี 2017 ถึง 2 เท่า โดยงานที่จัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ในปีนี้ จะเป็นงานใหญ่ที่สุดที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเคยจัดมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งมีการโชว์เคส ถึงการพัฒนาล่าสุดของ EcoStruxure™ ที่เป็นสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มระบบเปิด ให้ศักยภาพด้าน IoT รองรับการใช้งานในลักษณะ plug and play สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นได้ไม่มีข้อจำกัด ซึ่ง แพลตฟอร์ม EcoStruxure™ นี้ จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ EcoStruxure™ ยังเป็นการยกระดับความก้าวหน้าในเรื่องของ IoT โมบิลิตี้ ระบบเซนเซอร์ คลาวด์ การวิเคราะห์ และระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ เพื่อมอบนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อ ระบบควบคุมปลายทางไปยังแอปพลิเคชัน (Edge Control) การวิเคราะห์ และการบริการต่างๆ โดยที่ผ่านมา EcoStruxure™ ได้มีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 480,000 ไซต์งาน โดยผู้วางระบบและผู้พัฒนากว่า 20,000 รายที่ให้การสนับสนุน ซึ่งมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์มากกว่า 1.6 ล้านรายการ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการผ่านบริการด้านดิจิทัลมากกว่า 40 บริการ

การพัฒนา EcoStruxure หลักๆ ที่นำเสนอในงานครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้

· EcoStruxure Power อีกขั้นของสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ให้ศักยภาพด้าน IoT สำหรับการจ่ายไฟฟ้า โดยให้ขีดความสามารถมหาศาลในการจัดการพลังงานา ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและให้ความน่าเชื่อถือสูง พร้อมเปิดตัว EcoStruxure Power Advisor ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันใหม่สำหรับผู้ใช้งาน รวมถึง EcoStruxure Power Monitoring Expert 9.0 และ Power Scada Operation 9.0 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการที่ควบคุมอุปกรณ์ปลายทาง (edge control management software) พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อ ได้แก่ Prologic ION9000 Meter and Easergy P3 Protection Relay

· EcoStruxure Building สถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ออกแบบมาสำหรับอาคาร ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินการจัดการด้านอาคาร พร้อมเพิ่มความสะดวกสบาย ให้ผลลัพธ์ในการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งมี EcoStruxure Building Advisor แอปพลิเคชันใหม่สำหรับผู้ใช้งาน รวมถึงระบบควบคุมการทำงานปลายทาง EcoStruxure Building Operation 2.0 ที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ SmartX IP Controller MPx และ SmartX Room Sensors อีกด้วย

· Ecostruxure Plant & Machine เป็นเทคโนโลยี IIoT ครอบคลุมถึง ซอฟต์แวร์ที่ผสานรวมการทำงาน ซึ่งพร้อมสำหรับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ และมอบโอกาสใหม่ทางธุรกิจสำหรับโรงงาน และผู้ผลิตเครื่องจักร ช่วยเพิ่มผลกำไรด้วย EcoStruxure Triconex และเพิ่มผลผลิตที่ดีขึ้นด้วย EcoStruxure Machine Advisor

· EcoStruxure Asset Advisor แอปพลิเคชันที่ให้บริการตรวจสอบอุปกรณ์ ซึ่งเป็นบริการที่จำเป็นอย่างมาก ช่วยคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า โดยทำงานผ่านคลาวด์ ด้วยการอาศัยข้อมูลในแบบ 24/7 เพื่อช่วยสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับการทำงานของอุปกรณ์สำคัญในดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงการจ่ายไฟฟ้า

แนวคิดที่ชัดเจนสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล

“โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในประวัติการณ์ เนื่องจากความเฟื่องฟูของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเทคโนโลยีอย่างเช่น Internet of things (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า ช่วยให้บริษัทต่างๆ สร้างนวัตกรรมได้มากขึ้น ทำธุรกิจได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมความสามารถด้านการแข่งขัน” นายฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบ เราต้องการแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมของเราสามารถช่วยลูกค้าและคู่ค้า ก้าวสู่การปฏิรูปทางดิจิทัลได้สำเร็จ ทั้งในระบบออโตเมชัน และการจัดการพลังงาน เทคโนโลยีของเราสร้างบนฐานของ EcoStruxure™ ที่ช่วยควบคุมอำนาจในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล ช่วยให้ลูกค้าของเรากลายเป็นผู้นำในเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่มีทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น”

โดยตลอด 2 วันของการจัดงาน ลูกค้าต่างเข้าร่วมฟังการพูดคุยเชิงกลยุทธ์ (Strategy Talks) หลากหลายหัวข้อด้วยกัน เช่น ‘นิยามใหม่ของการกระจายพลังงาน’ ‘การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล ช่วยสร้างระบบการผลิตที่ชาญฉลาด’ และ ‘อาคารในรูปแบบใหม่’ โดยบริษัทได้จัดการประชุมเฉพาะด้านต่างๆ มากกว่า 15 หัวข้อ สำหรับทั้งลูกค้าและคู่ค้า พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาความสำเร็จของลูกค้าที่เป็นรูปธรรม รวมถึงโซลูชั่น พร้อมการอภิปรายที่เปิดให้มีการโต้ตอบกันระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมในลักษณะอินเตอร์แอกทีฟ นอกจากนี้ ยังมี การนำเสนอนวัตกรรมในรูปแบบ Innovation Hub บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร สำหรับการสาธิตผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ โซลูชัน และการบริการของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ในงาน Innovation Summit ที่ประเทศสิงคโปร์นี้ ยังแสดงให้เห็นถึงพลังเครือข่ายที่เติบโตขยายไปอย่างต่อเนื่องของบริษัท ทั้งในด้านเทคโนโลยี และพันธมิตรคู่ค้า รวมถึงสตาร์ทอัพ โดยจะมีการนำเสนอโซลูชั่นจากพันธมิตร อาทิ ไมโครซอฟท์ แอคเซนเจอร์ ซิสโก้ ออโต้กริด แดนฟอสส์ ซอมฟี่ และ AVEVA เป็นต้น

สุดยอดหูฟัง Beoplay E6 บลูทูธระดับพรีเมี่ยมสเตอริโอรุ่นล่า

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เดินหน้ามอบประสบการณ์สุดพิเศษในการฟังเพลงคุณภาพสูงให้ ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการอวดโฉมหูฟังบลูทูธระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่า สุดยอดหูฟัง Beoplay E6 ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของหูฟังรุ่นยอดนิยม Beoplay H5 ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อเอาใจคนรักดีไซน์ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ และชื่นชอบการฟังเพลงไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกายได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสุดโปรด เพื่อให้การออกกำลังกายสนุกยิ่งกว่าเดิม โดย Beoplay E6 เป็นหูฟังบลูทูธ in ear แบบคล้องคอ ที่ออกแบบได้อย่างโดดเด่นร่วมสมัย ทั้งยังให้อรรถรสในการฟังเพลงชั้นเยี่ยมด้วยเสียงเพลงที่คมชัดในทุกย่านเสียงและเสียงเบสที่ชัดเจนหนักแน่น

สุดยอดหูฟัง Beoplay E6 บลูทูธระดับพรีเมี่ยมสเตอริโอรุ่นล่า

สุดยอดหูฟัง Beoplay E6 บลูทูธระดับพรีเมี่ยมสเตอริโอรุ่นล่า

ยิ่งไปกว่านั้น Beoplay E6 ยังได้รับการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียดด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพอย่างดี ทั้งตัวหูฟัง และสายของหูฟัง ทำให้สามารถกันเหงื่อ และฝุ่น มีความทนทานแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย และสวมใส่สบายฟังเพลงได้ยาวนาน ขณะที่ในกล่อง มี Ear Wing หลากหลายขนาดที่สามารถล็อคให้หูฟังกระชับอยู่กับหูได้เป็นอย่างดี แม้ในเวลาเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับไมโครโฟนและรีโมทในตัวสายหูฟัง ที่จะช่วยให้คนรักเสียงเพลงสามารถควบคุมการเล่นเพลงต่างๆ ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีโหมดประหยัดพลังงาน เพียงนำแถบแม่เหล็กที่ฝังอยู่ภายในหูฟังทั้ง 2 ข้างมาติดกันเครื่องจะปิดเองโดยอัตโนมัติ และเมื่อดึงหูฟังทั้งสองออกจากกันเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมแท่นชาร์จสุดล้ำ ซึ่งจะทำให้สะดวกในการใช้งาน เพราะผู้ใช้สามารถจะชาร์จแบตเตอรี่พร้อมกับใช้งานไปพร้อม สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ สี Black และ Sand

สำหรับคอเพลงที่สนใจ สามารถพบกับประสบการณ์สุดพิเศษในการฟังเพลงคุณภาพสูงกับ Beoplay E6 ได้แล้ววันนี้ ในราคา12,900 บาท โดยสามารถหาซื้อได้ที่ Munkong gadget, Dotlife, iStudio by copperwire และ Spvi, Studio7, Digital Lab Siam Discovery, Power Mall, Power Buy และ King Power หรือช่องทางOnline อย่าง Gadgetthai.net , Lazada, Shopee, JD.com และ Mercular หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

SocialNetworkDownload.com © 2014 Frontier Theme