SocialNetworkDownload.com

แหล่งรวมโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์ค สังคมออนไลน์ เอาไว้มากที่สุด

การลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

ทำไมคุณถึงลาออก ?” หนึ่งในคำถามสัมภาษณ์งานที่ถูกถามมากที่สุดทั้งจากฝ่ายบุคคลบริษัทเดิมและบริษัทใหม่ซึ่งส่วนมากจะบอกถึงการได้งานใหม่หรือไม่ก็ออกไปทำธุรกิจส่วนตัว ฟรีแลนซ์ แต่เชื่อเถอะว่า การลาออกเพราะหัวหน้า คืออีกเหตุผลหลักที่ผู้ที่เปลี่ยนงานไม่ยอมบอกแก่คุณ

การลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

การลาออกเพราะหัวหน้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ

หัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในชีวิตการทำงานของเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานต่างๆ อนุมัติการลา โปรโมตคุณให้เลื่อนตำแหน่งเพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นในด้านการทำงานและรักษาแรงจูงใจด้านบวกแก่ทีมเอาไว้ นั่นคือหัวหน้าในอุดมคติของหลายๆคน แต่ถ้าหากคุณไม่ได้รับโอกาสดังกล่าวที่ว่ามาจากหัวหน้างานของคุณ มีทางเดียวที่จะออกจากความอึดอัดและไม่มีตัวตนนี้คือการเลือกลาออกดีกว่าถึงแม้คุณจะไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆกับบริษัทของคุณ เพราะความเครียดล้วนเป็นส่วนที่ทำให้เกิดสภาวะหมดไฟในการทำงานอีกด้วย
และนี่คือสาเหตุที่ทำไมคุณถึงเลือกลาออกเพราะหัวหน้างาน

การเมืองในองค์กร
แม้ว่าคุณจะรักงานที่คุณทำและหน้าที่ในสายงานของคุณ แต่ท้ายที่สุดการลาออกคือสิ่งที่่คุณเลือก เพียงเพราะเหตุผลการเมืองภายใน โดยเฉพาะเมื่อมีการซุบซิบนินทาและเมาท์กันต่อทุกเรื่องราวส่วนตัว มีการให้รางวัลพิเศษและเลือกปฏิบัติแก่คนที่รักมักที่ชัง มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเพื่อสร้างอิทธิพลอีก ทำงานไประแวงไปแบบนี้ไม่ดีเลย

ขโมยความดีความชอบ
เหมือนเอาพล็อตเรื่องจากภาพยนตร์มาใส่ในชีวิตจริง แต่หลายๆคนก็ต้องพบกับคนที่จ้องจะขโมยความดีความชอบจากคนอื่น แม้ว่าคุณจะทำงานทุกๆอย่างด้วยตัวคุณเองมาตั้งแต่แรกเริ่ม สุดท้ายหัวหน้าคุณเป็นคนหยิบชิ้นปลามันไปกินเองโดยไม่ได้ให้เครดิตคนที่ทุ่มเทแรงกายใจแม้แต่นิดเดียว เจอคนขี้ขโมยงานแถมยังเป็นหัวหน้าคุณอีก แล้วคุณจะทนไหวได้ยังไงล่ะ

แค่อยากหลีกหนีความวุ่นวายดุจสงครามและหาความสงบ
หลายคนลาออกจากงาน เพราะหัวหน้างานล้วนๆ แม้ว่าจะชอบหรือรักงานมากแค่ไหน แต่หัวหน้างานกลับทำให้คุณเหมือนตกอยู่ในนรกสำหรับทุกๆวันทำงาน กลับไปที่บ้านคุณก็ยังมีความเครียดเก็บไปนอนฝันต่อและทำให้แทบไม่อยากลุกออกไปทำงานในแต่ละวัน บางคนเลือกลาออกโดยไม่หางานล่วงหน้าเพื่อออกมาพักผ่อนสมองและจิตใจก็มีให้เห็นอยู่เยอะไป

เมื่อหัวหน้า ทำลาย ความมั่นใจของคุณ
หัวหน้างานที่จ้องจับผิดลูกน้องไปทุกอย่าง และทำให้ทุกๆคนทำงานยากลง กดหัวคนอื่นให้ต่ำลงด้วยการดูถูกความสามารถของคนอื่น ทำให้เสียความมุ่งมั่นในการทำงานไปจนหมด ไม่ว่าคุณจะทำงานแบบไหน คุณก็จะรู้สึกว่าตัวเองต้องได้รับคอมเมนท์จากหัวหน้าของคุณให้ปรับปรุงไปซะทุกอย่าง การอยู่ด้วยความหวาดระแวงแบบนี้ ไม่นานคุณก็คงลาออกเช่นกัน

กฎระเบียบยิ่งกว่าอยู่ในคุก
หลายต่อหลายคนทนไม่ไหวกับกฎระเบียบในการทำงานของหัวหน้างานที่ฟังดูไม่สามารถทำได้จริง เช่น การกำหนดเส้นตายในการทำงานแบบวันต่อวัน ทำให้พนักงานต้องทำโอทีข้ามวันข้ามคืน ตามด้วยการประเมินที่ให้คะแนนต่ำหากไม่สามารถทำงานได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ นี่ที่ทำงานหรือคุกกันแน่ถามจริงๆเถอะ!

ยังมีอีกหลายเหตุผล ที่พนักงานไม่ได้แจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งความไม่ยุติธรรมที่เกิดในองค์กร หรือเรื่องของพนักงานด้วยกันเองที่ทุกคนล้วนส่ายหน้า ยังไงก็ขอให้วางแผนเรื่องการหางานให้ดี ไม่ว่าจะเป็นได้งานใหม่แล้วค่อยลาออก หรือลาออกแล้วค่อยหางานใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่กระทบกับการทำงานในที่ใหม่ครับ

โปรแกรมฟรี Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง

โปรแกรมบันทึกเสียงสำหรับใช้กับงานต่างๆ เป็นอะไรที่ใช้งานได้ยากมาก แต่วันนี้แอดมินมีโปรแกรมบันทึกเสียงและแปลงไฟล์เสียงได้ในตัวมาฝากกัน โปรแกรมนี้มีชื่อว่า โปรแกรมฟรี Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง ที่มีขนาดเล็กสามารถดาวน์โหลดแล้วกดติดตั้งได้ทันที รองรับการทำงานกับ Windows 7 ขึ้นไปอีกด้วย เพียงแค่เตรียมอุปกรณ์อย่างไมโครโฟนเสียบกับคอมพิวเตอร์แค่นั้นเอง

โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง

โปรแกรมฟรี Ashampoo Audio Recorder Free บันทึกเสียงคุณภาพสูง

โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free เป็นโปรแกรมบันทึกเสียง (Audio Recorder) หรือเรียกว่า อัดเสียง จากค่ายผู้พัฒนาเจ้าเก่าเจ้าเดิม Ashampoo ที่สร้างสรรคโปรแกรมชื่อดัง ความสามารถหลักของโปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free เหมาะกับการใช้บันทึกเสียงเกือบทุกประเภทจากคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เสียงพูด เสียงเพลง เสียงเครื่องดนตรี เสียงร้อง ฯลฯ โดยรองรับไมโครโฟนทุกประเภททั้ง ตั้งโต๊ะ ติดหูฟัง พร้อมกับได้ยินเสียงไปพร้อมกัน และบันทึกเสียงจากซอฟต์แวร์ภายในตัวเอง แถมอัดแยกเฉพาะซอฟต์แวร์ได้ด้วย

ส่วนฟีเจอร์ใช้งานของ โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free ก็ครบเครื่องมากๆ ทั้งใช้อัดเสียง บันทึกเสียง แปลงไฟล์เสียง และตัดต่อเสียงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตัวไฟล์ที่รองรับก็มี MP3, WMA, OGG, WAV, FLAC, OPUS, APE รวมถึงไฟล์เสียงจากวีดีโออีกด้วย ด้านหน้าตาการใช้งาน (User Interface) โปรแกรม Ashampoo Audio Recorder Free ถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทั่วไป ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย มีปุ่มกดน้อยมากจนนับนิ้วได้ มีการแบ่งหน้าต่างออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ฝั่งซ้ายที่เป็นรายการไฟล์เสียงที่อัดไว้แล้ว ส่วนตรงกลางเป็นปุ่มกดอัดเสียงอันใหญ่ กดยังไงก็โดน ส่วนด้านล่างเป็นแถบเครื่องมือสำหรับเล่นเสียงที่เคยอัดไว้แล้ว หากต้องการตั้งค่าเสียงก็กดรูปฟังเฟืองที่มุมขวาล่างได้เลย

ทั้งยังมีความสามารถในการตัดต่อเสียง เอาเสียงแต่ละส่วนมาเชื่อมกันได้ หรือแม้กระทั่งแปลงไฟล์เสียงเพื่อใช้กับงานอื่นๆ ได้เช่นกัน ทำให้โปรแกรมตัวนี้ทำงานเกี่ยวกับเสียงหรือ Sound Effect ได้ค่อนข้างดี และยังนำไปใช้กับงานประเภทวีดีโอต่างๆ ได้ด้วย เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่มองหาโปรแกรมอัดเสียงใช้งานฟรี แนะนำโปรแกรมตัวนี้เลยโดยทางทีมพัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบฟรีๆ (Freeware)

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ myAccount Cloud ใช้งานได้ทุกที่

เชื่อว่าหลายคนคงก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างเต็มตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้บริการตามที่ต่างๆ รวมถึงอินเทอร์เน็ตที่ออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้แอดมินมีโปรแกรมบัญชีที่ชื่อ myAccount Cloud ใช้งานได้ทุกที่ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถได้ตลอดตามต้องการ ถามว่ามันพิเศษยังไงหน้าที่ของโปรแกรมเหมือนการทำบัญชีทั่วไปต่างกันที่มันสามารถทำออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตได้นั่นเอง เราสามารถเรียกดูไฟล์บัญชี ยอดเงินและอื่นๆ ตามรายการที่เราได้สร้างหรือทำรายการนั้นๆ ไว้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอกลับบ้านหรือไปถึงที่ทำงานให้เสียเวลา จะนั่งทำในร้านกาแฟชิลๆ ก็ยังได้

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ myAccount Cloud ใช้งานได้ทุกที่

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ myAccount Cloud ใช้งานได้ทุกที่

มันเป็นโปรแกรมออนไลน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเว็บแอพพลิเคชั่น (Web Application) ที่สามารถเปิดใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง รองรับการทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ได้บนทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows, macOS, Linux และอื่นๆ นอกจากนี้แล้วยังใช้งานผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้อีกด้วย

ความสามารถหลัก (Key Features) ของโปรแกรมออนไลน์ myAccount Cloud คือ ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับการทำบัญชี โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือให้ใช้งานครบครันในเรื่องของบัญชี ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบสั่งขาย เงินมัดจำ ขายเชื่อ ขายสด รับคืน/ลดนี้ เพิ่มหนี้ลูกหนี้ เป็นต้น และมีวิธีการใช้งานที่ง่าย แถมยังรองรับภาษาไทยอีกด้วย ซึ่งใครๆ ก็ใช้งานได้แบบไม่ยากนัก เหมาะสำหรับธุรกิจ SMEs ทุกขนาด และยังสามารถจัดการงานบัญชีได้ถูกต้องตามมาตรฐานกรมสรรพากรอีกด้วย

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ myAccount Cloud ทำงานอยู่บนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Server) มีข้อดีคือสามารถใช้งานพร้อมกันหลายๆ คนได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) ซึ่งข้อมูลนั้นจะถูกอัพเดตให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่ามันทำให้การดูรายงานนั้นแม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้แล้วโปรแกรมบัญชีออนไลน์ myAccount Cloud ตัวนี้ยังเปิดให้นำไปใช้งานกับธุรกิจ SMEs แบบฟรีๆ เป็นเวลา 1 ปีอีกด้วย ส่วนสำนักงานบัญชีหรือนักทำบัญชีอิสระ ก็แจกโปรแกรมให้ใช้ ฟรี 5 ปี ใครที่สนใจก็สามารถติดต่อผ่านเว็บไซต์ของทางผู้พัฒนาได้เลย สามารถใช้งานได้กับ Cross-platform
Windows (Server 2008 / 7 (Seven) / 8 / 10) ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit ได้

อาชีพที่ตกงานได้น้อย และมีโอกาสเก็บเงินมาก

ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์กับนักลงทุนไทยและต่างชาติที่ต้องการสร้างฐานการผลิต ถึงเราจะเห็น ฟรีแลนซ์ หรือ พนักงานออฟฟิสมากขึ้นก็ตาม จึงส่งผลให้เกิดโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมากมาย และเกิดความต้องการแรงด้านการผลิตมากขึ้นตามไปด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังศึกษาในระดับวิชาชีพอยู่ ขอบอกเลยว่าคุณกำลังมาถูกทางแล้ว และนี่คือโอกาสและข้อได้เปรียบของคนทำงานสายวิชาชีพด้านการผลิตที่คุณอาจไม่เคยรู้

อาชีพที่ตกงานได้น้อย และมีโอกาสเก็บเงินมาก

อาชีพที่ตกงานได้น้อย และมีโอกาสเก็บเงินมาก

1. โอกาสตกงานน้อย

คุณภาพฝีมือแรงงานด้านการผลิตของไทยนั้นเป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ประกอบกับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความต้องการแรงงานสายการผลิตเป็นจำนวนมากขึ้น ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า ในเดือนมกราคม-ธันวาคม 2560 มียอดขอใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงานเดือนจำนวน 5,060 โรงงาน สอดคล้องกับสำรวจของ jobsDB ในหัวข้อภาพรวมตลาดงานของประเทศไทยในปี 2561 – ฝั่งผู้ประกอบการ ระบุว่าผู้ประกอบการไทยกว่า 50% มีแผนจะขยายกิจการและจ้างงานเพิ่ม นอกจากนี้ในช่วงฐานเดือนมกราคม ถึงธันวาคม ปี 2560 ธุรกิจการผลิตทั่วไป (Manufacturing) ยังเป็นธุรกิจที่มีจำนวนประกาศงานมากที่สุด

2. ฝีมือดียิ่งเติบโตไว

เมื่อเรียนสายอาชีวะจนก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้ว คนที่ทำงานด้านการผลิตที่ต้องการเติบโตในหน้าที่ ต้องหมั่นพัฒนาทักษะฝีมืออย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงไปสอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ กับหน่วยงานที่เปิดสอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับสากล เพื่อนำใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในระดับต่าง ๆ ไปเพิ่มโอกาสในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในที่ทำงานเดิมแต่อยู่ในระดับที่สูงขึ้น หรือใช้ในการสมัครงานในบริษัทอื่น ๆ ได้ ซึ่งในประเทศไทย บางโรงงานอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดชัดเจนว่าหากคุณจะทำงานในตำแหน่งนี้ จะต้องผ่านการสอบคุณวุฒิวิชาชีพในระดับไหนขึ้นไป ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับเงินเดือน ค่าจ้างที่คุณจะได้รับด้วย

3. ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตที่หลากหลาย

ด้วยความที่มีนักลงทุนหลายสัญชาติเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย ทำให้คุณมีโอกาสได้เห็นกระบวนการผลิต และเทคโนโลยีการผลิตของแต่ละประเทศที่หลากหลายออกไป รวมไปถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของแต่ละประเทศด้วย เช่นหากคุณทำงานกับโรงงานสัญชาติญี่ปุ่น จะเน้นการทำงานที่เป็นระบบระเบียบขั้นตอน การแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย (แม้จะเป็นช่างฝีมือ) และการให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาในการทำงาน ในอีกมุมหนึ่ง หากคุณทำงานกับโรงงานนายจ้างในแถบยุโรป ที่ให้อิสระในการทำงานมากกว่า เขาจะปล่อยให้คุณได้แสดงความสามารถของตัวเองออกมาให้เห็นมากกว่า โดยมีกรอบวางไว้ให้

4. มีโอกาสแข่งขันฝีมือแรงงานกับเพื่อนชาวต่างชาติ

หากคุณทำงานให้กับบริษัทญี่ปุ่น หรือยุโรป คุณจะมีโอกาสได้นำความรู้และประสบการณ์การทำงานมาแสดงผลงานให้กับเพื่อนร่วมงานสายงานเดียวกัน ที่ประจำสำนักงานหรือสาขาในประเทศอื่น ๆ จนอาจเข้าตานายจ้างใหญ่ และมีโอกาสได้ไปทำงานให้กับบริษัทแม่ของโรงงานที่คุณทำอยู่ได้

ยกตัวอย่างเช่น คุณทำงานให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ A มีนายจ้างเป็นชาวญี่ปุ่น ในแต่ละปีอาจจะมีการจัดแคมเปญ นำช่างซ่อมรถยนต์ของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน เพื่อหาช่างซ่อมมืออาชีพ เพื่อไปดูงานหรือทำงานจริงที่สำนักงานใหญ่ประเทศญีปุ่นเป็นระยะเวลา 1 ปี มีโอกาสได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ และเรียนรู้ระบบโรงงานที่เป็นต้นกำเนิดรถยนต์ที่คุณทำงานอยู่ จากนั้นนำกลับมาประยุกต์ใช้กับงานที่คุณทำ หรือจะใช้ต่อยอดในการหางานใหม่ที่สูงขึ้นในอนาคตได้

5. เงินทองไม่รั่วไหล

การทำงานสายการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มักจะทำงานเป็นกะและไม่มีวันหยุดที่แน่นอนแบบสายอื่น ๆ เรียกได้ว่าแทบจะกิน-อยู่แต่ในโรงงาน บางโรงงานมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการฟรี อีกทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมักจะเป็นยูนิฟอร์มที่บริษัทจัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ด้วยตำแหน่งที่ตั้งโรงงานที่ส่วนใหญ่มักอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าให้คุณได้เดินเล่นหลังเลิกงาน ยิ่งทำให้คนทำงานสายนี้แทบจะไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน และสามารถเก็บเงินได้มากกว่าคนทำงานสายอื่น

โปรแกรม Vivaldi เว็บเบราว์เซอร์สุดเจ๋งจากทีมงานพัฒนาสุดดัง

เมื่อพูดถึงเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) หลายคนคงนึกถึง Google Chrome, Firefox, Opera, Internet Explorer แน่นอน ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังมีเว็บบราวเซอร์เกิดใหม่อีกหลายๆ ตัว อย่าง โปรแกรม Vivaldi ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน มันเป็นเว็บบราวเซอร์ที่ถูกพัฒนาและออกแบบให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น คล่องตัวมากขึ้น เพื่อทดแทนเว็บบราวเซอร์ตัวปัจจุบันโดยใช้ทีมพัฒนาจากเว็บบราวเซอร์ Opera เลยทีเดียว เจ้าเว็บบราวเซอร์นี้สามารถใช้งานได้ทั้ง Windows System และ Mac. เลยละ

โปรแกรม Vivaldi เว็บเบราว์เซอร์สุดเจ๋งจากทีมงานพัฒนาสุดดัง

โปรแกรม Vivaldi เว็บเบราว์เซอร์สุดเจ๋งจากทีมงานพัฒนาสุดดัง

ถ้าหากท่านใดที่เบื่อ เว็บเบราว์เซอร์ แบบเก่าๆ ทั้งหลาย หากได้เจ้าโปรแกรมตัวนี้ไปใช้ติดเครื่องแล้วหละก็ รับรองว่าท่านจะได้พบกับความทันสมัย และหน้าตาอินเตอร์เฟสที่สวยงามมากเลยทีเดียว เจ้าเว็บเบราว์เซอร์ตัวนี้นอกจากที่หน้าที่ของมันจะดูดีมีสไตล์แล้วนั้น มันยังสามารถทำงานเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ให้เราได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ ชื่อดัง อย่าง โปรแกรม Firefox หรือ Google Chrome อีกด้วย

และด้วยความคล่องตัวดังกล่าวนี้ ทำให้การทำงานของคุณผ่านเว็บเบราว์เซอร์อันนี้เป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย เพราะมันสามารถที่จะเรียกดูประวัติการเข้าชมที่นำเข้า (Import) มาจากเว็บเบราว์เซอร์จากทั้ง Internet Explorer หรือ Opera หรือแม้แต่ โปรแกรม Firefox เพื่อมาเปิดใน โปรแกรม Vivaldai ตัวนี้ได้ ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้มันน่าใช้งานหลักๆ คือ Faster Navigation ( มีระบบการนำทาง ให้คุณเข้าถึงเว็บโปรดที่เร็วกว่า), Smarter Browsing (ท่องเว็บสมาร์ท เปิดเว็บฉลาด) และTab Management (ระบบบริหารจัดการ การค้นหาแบบแท็บ)

นับว่าเป็น โปรแกรมที่มีความสามารถมากมายเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากความสามารถดังกล่าวที่บอกมาตามด้านบนแล้ว คุณยังสามารถจัดการกับการเข้าใช้งานเว็บไซต์ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ตัวนี้ได้อีกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นจัดการบุ๊คมาร์ค กดเข้าหน้าคำสั่งต่างๆด้วยปุ่มลัด อย่าง CTRL + Q หรือจะเข้าถึงหน้า Note ได้ด้วยการกด Ctrl + H โปรแกรมนี้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ตัวโปรแกรมรองรับการทำงานกับ Windows (XP / Vista / 7 (Seven) / 8 / 8.1 / 10) / Unix / Linux และ Mac OS เวอร์ชั่นต่างๆ

เรียนไม่เก่งเกรดไม่ดี งานดีก็สามารถหาทำได้ไม่ต้องกังวลใจ

คนเราสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้หลากหลายขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และพรแสวงในการทำงานออฟฟิส เป็นเจ้าของกิจการ หรือรับจ็อบแบบ ฟรีแลนซ์ บางคนเก่งในตำราแต่บางคนเก่งจากการลงมือทำ คนที่เรียนเก่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์หรือ เรียนไม่เก่งเกรดไม่ดี แต่ก็ใช่ว่ามีทักษะการสื่อสารที่ดีหรือเข้าสังคมเก่งตามไปด้วย ทักษะนอกห้องเรียนเหล่านี้เป็นทักษะที่จำเป็นจะต้องมีในการประสบความสำเร็จในโลกของการทำงาน ดังนั้นหากคุณเป็นหนึ่งในเด็กจบใหม่ที่ได้เกรดค่อนข้างน้อย เชิดหน้าเข้าไว้ค่ะ เพราะเกรดอาจไม่ได้เป็นตัววัดว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานหรือไม่เสมอไป

เรียนไม่เก่งเกรดไม่ดี

เรียนไม่เก่งเกรดไม่ดี งานดีก็สามารถหาทำได้ไม่ต้องกังวลใจ

หลายต่อหลายครั้งที่เราเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากมาย มีเหตุให้ต้องหยุดเรียนกลางคันเพราะไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ที่เขามีไปสร้างสิ่งที่โลกต้องตะลึงในโลกของการทำงานนอกรั้วมหาวิทยาลัย กลุ่มคนดังเหล่านี้ เช่น ริชาร์ด แบรนสัน, สตีฟ จ๊อปส์, โอปราห์ วินฟรีย์ หรือ มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก เป็นต้น

การได้เกรดเอรวด หรือได้เกรดสูง ๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่เกรดเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เป็นตัววัดวุฒิภาวะ ความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) หรือคุณลักษณะโดดเด่นอื่น ๆ เช่น การเอาตัวรอดนอกห้องเรียน ความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นต้น

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งเรียนจบด้วยเกรดเฉลี่ยที่ไม่สูงนัก อย่าให้เกรดเป็นอุปสรรคในการตามความฝันของคุณ เรามีแนวคิดดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณสร้างโอกาสในการได้งานที่ดีโดยไม่พึ่งเกรดมาฝากค่ะ

1. ทดลองไปฝึกงานที่บริษัทที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ แห่ง

การมีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้างจะทำให้คุณได้เปรียบและในบางกรณีดูมี “อะไร” มากกว่าการมีเกรดที่สวยหรู นายจ้างมักต้องการเด็กจบใหม่ที่พร้อมจะทำงานได้อย่างเป็นอิสระโดยที่ไม่ต้องมีคนมาดูแลมากมาย ขณะเรียนคุณควรหาโอกาสไปฝึกงานตามบริษัทที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ แห่ง ประสบการณ์ในการฝึกงานมากกว่าหนึ่งแห่งในบริษัทที่เชื่อถือได้จะเป็นการรับรองทางอ้อมให้นายจ้างเห็นว่าคุณมีความสามารถและความน่าเชื่อถือในการทำงานในระดับหนึ่ง

2. ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นเด็กเรียนได้เกรดสูง แต่การเป็นเด็กกิจกรรมก็ทำให้คุณได้สั่งเสริมประสบการณ์ด้านต่าง ๆ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชมรม สมาคมต่าง ๆ ที่มีในมหาวิทยาลัยจะช่วยขัดเกลาและฝึกฝนทักษะการเข้าสังคม การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้คุณได้ค้นหาตัวเองว่ามีความชอบและความถนัดในด้านใดเป็นพิเศษได้อีกด้วย การได้เข้าเป็นสมาชิกชมรมทำกิจกรรมนอกหลักสูตรยังจะช่วยฝึกทักษะความเป็นผู้นำ และเปิดโอกาสให้คุณได้ฝึกการจัดการงานอีเวนท์ต่าง ๆ ได้ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณได้เปรียบผู้สมัครงานคนอื่น ๆ ที่อาจมีดีแค่เกรดเพียงอย่างเดียวได้

3. ทำงานอาสาสมัครเป็นจิตอาสา

การอาสาสมัครทำงานเป็นจิตอาสาให้กับองค์กรการกุศลต่าง ๆ เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ในการทำงานและยังได้ช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งนี้ยังทำให้ว่าที่นายจ้างได้เห็นอีกด้านของคุณว่าเป็นคนที่มีจิตใจเมตตาที่อยากจะช่วยเหลือสังคม

4. ใช้จุดแข็งด้านโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์

หากคุณเป็นเด็กจบใหม่ในตอนนี้ นั่นหมายความว่าคุณได้เปรียบที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ยุคมิลเลนเนียลที่เทคโนโลยีกำลังครองโลก โปรดจำไว้ว่าคนยุคมิลเลนเนียลเช่นคุณคือกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดกลุ่มหลักของธุรกิจเชิงพาณิชย์และนายจ้างส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ฉะนั้นนี่เป็นโอกาสอันดีของคุณที่จะทำให้ว่าที่นายจ้างประทับใจในทักษะการใช้โซเชียลมีเดียและความรู้ทางเทคโนโลยีของคุณให้เป็นประโยชน์

คุณควรจะรักษาสถานภาพทางโซเชียลมีเดียของคุณให้มีความน่าเชื่อถือ หมั่นอัปโหลดบล็อกส่วนตัวของคุณ และการมีแอคเคานท์ในอินสตาแกรมหรือยูทูปและสร้างคอนเทนท์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยคุณได้หากคุณสนใจในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารโดยใช้โซเชียลมีเดียหรือธุรกิจที่ต้องใช้การตลาดออนไลน์ การมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมหรือยูทูปหลายพันคนจะสร้างความน่าเชื่อถือให้คุณไปโดยปริยายไม่ว่าคุณจะมีเกรดเท่าใดก็ตาม

5. มุ่งเน้นไปที่ทักษะความสามารถที่ถ่ายทอดผ่านงานต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากผลการเรียน

ทักษะทางการทำงานที่คุณได้รับและฝึกฝนผ่านการทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ (Transferable Skills) มีความสำคัญเทียบเท่ากับทักษะทางเทคนิคหรือองค์ความรู้ที่คุณได้รับจากตำราเรียน ความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีวินัย มีความรับผิดชอบจะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การมีทักษะการติดต่อสื่อสารและการเข้าสังคมที่ดีที่รู้จักกาลเทศะจะช่วยให้คุณทำงานกับคนอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น สิ่งเหล่านี้เป็นทักษะทางการทำงานพื้นฐานที่คุณควรต้องมีและฝึกฝนเพื่อจะได้ประสบความสำเร็จในโลกของการทำงาน

การที่คุณได้เกรดต่ำ หรือมีผลการเรียนที่ไม่ดีไม่ได้หมายความว่าโลกของคุณจะดับสูญไป คุณเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังมีโอกาสรอคุณอยู่มากมาย คำถามคือคุณควรจะใช้ความสามารถและทักษะที่คุณมีอย่างไร และใช้มันไปทำอะไร พวกเราล้วนมีพรสวรรค์และพรแสวงที่ต่างกัน คุณแค่ต้องรู้จักใช้มันให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

เปลี่ยนงานแล้วเรียกเงินเดือน เท่าไรถึงจะดีต่อใจจนต้องร้องว้าว

ไขปัญหาคาใจคนทำงานทั้งหลาย…เมื่อ เปลี่ยนงานแล้วเรียกเงินเดือน จะเรียกเงินเดือนอย่างไรให้ทั้งตัวเราและเจ้านายใหม่แฮปปี้ win-win กันทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเสียประโยชน์จากการต่อรองเงินเดือน แต่สำหรับ ฟรีแลนซ์ ก็คงต่อรองกันได้บ้างนะ คนทำงานต้องไม่เสียเปรียบ และขณะเดียวกันองค์กรก็ไม่เสียประโยชน์ด้วยเช่นกัน คุ้มค่ากับการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรต่อไป ทำอย่างไรจะให้เจ้านายใหม่เกิดความเชื่อมั่น รับฟังตัวเลขเงินเดือนที่เราเสนอ พร้อม say yes ตอบตกลงเงินเดือนใหม่ให้เราแฮปปี้ ชีวิตดี๊…ดีได้สุด ๆ

เปลี่ยนงานแล้วเรียกเงินเดือน เท่าไรถึงจะดีต่อใจจนต้องร้องว้าว

เปลี่ยนงานแล้วเรียกเงินเดือน เท่าไรถึงจะดีต่อใจจนต้องร้องว้าว

มีเทคนิคดี ๆ มาฝากคนทำงานที่อยากจะขยับ step เปลี่ยนงาน ว่ามีหลักการอะไรบ้างที่ควรคำนึงในการอัปเรทเงินเดือน

1. โครงสร้างเงินเดือนในตลาดงาน

การเรียกเงินเดือนที่มากไปหรือน้อยเกินไป อาจทำให้ผู้สัมภาษณ์งานข้องใจในความสามารถของเรา เพราะความสามารถของเราอาจเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับตัวเลขที่เรียกไปก็ได้ จำนวนเงินเดือนที่ไม่พอดีและทำให้องค์กรเกิดการตั้งคำถามกลับแบบนี้จะส่งผลเสียกับการต่อรองเงินเดือนของเราเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงควรตั้งเงินเดือนในอัตราที่เหมาะสม สอดคล้องกับโครงสร้างเงินเดือนในตลาดงาน โดยศึกษาหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์หางานทั้งหลาย หรือสอบถามจากผู้มีประสบการณ์ตรง หรือลองสำรวจดูก่อนว่าเงินเดือนของตำแหน่งงานที่เราทำอยู่นั้น องค์กรสามารถจ่ายเงินเดือนให้เราได้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่องค์กรต่าง ๆ ก็จะมีงบประมาณเงินเดือนของแต่ละตำแหน่งกำหนดไว้อยู่แล้ว อย่าลืมว่าหากตั้งเงินเดือนเว่อร์เกินไป หรือเกินงบประมาณที่องค์กรตั้งไว้ แถมคุณสมบัติของเราก็ยังไม่ดึงดูดให้องค์กรอยากเรียกมาต่อรองแล้วละก็ องค์กรก็อาจพิจารณาตัวเลือกลำดับถัดไปมาแทนที่เราได้

2. ค่าใช้จ่ายในการทำงานที่ใหม่

ย้ายงานแต่ละที่ต้องดูดี ๆ ว่ามีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าสังสรรค์ ค่าครองชีพทั้งหลายของที่ทำงานใหม่ คำนวณค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ต่อเดือนแล้วเก็บข้อมูลไว้ ลองวางแผนต่อว่า เราต้องทำงานที่นี่ต่อไปอีกกี่ปี อัตราเงินเฟ้อปีละประมาณเท่าใด โดยปกติแล้วอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลให้ค่าครองชีพของเราเพิ่มขึ้น 2 – 3% ต่อปี ข้อมูลค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะสามารถบอกได้ว่าเราต้องได้รับเงินเดือนเพิ่มเท่าไหร่จึงจะพอใช้พอเก็บนั่นเอง

3. คุณค่าประสบการณ์ ความสามารถ และทักษะในการทำงานที่มี

ความสามารถในการทำงานเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราสามารถต่อรองเงินเดือนได้ สามารถแข่งขันกับคนอื่น ๆ ในตลาดงานได้ เรามีข้อดีอะไร หรือมีทักษะใดที่เหนือกว่าคนอื่นหรือไม่ ทั้งวุฒิการศึกษา ผลงานที่ผ่านมา การฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน หรือการทดสอบความรู้ต่าง ๆ แน่นอนว่าเจ้านายใหม่ต้องยินดีที่จะได้คนเก่ง มีศักยภาพมาร่วมงานด้วย พึงระวังไว้ว่า อย่าพูดหรือแสดงออกใด ๆ ให้เจ้านายใหม่รู้ว่า “เงิน” เป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนงานของเรา แต่ต้องทำให้เขารู้ว่าเงินเดือนที่เราเรียกไปเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว อ้างอิงจากประสบการณ์ ทักษะ และความสามารถที่เรามี ต้องสร้างความประทับใจพร้อมแสดงทัศนคติเชิงบวก เพื่อให้ไม่พลาดงานที่ต้องการ และเรียกเงินเดือนได้ใกล้เคียงกับความต้องการของเราได้มากขึ้น

4. ค่าความท้าทายในงาน

หากงานใหม่มีระดับความยากในการทำงานเพิ่มขึ้น ความท้าทาย และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการทำงาน ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเรียกเงินเดือนให้เหมาะสมกับค่างาน ถ้าหากได้เข้าไปทำแล้วจะคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความท้าทายในงานใหม่นั้น ผู้หางานควรมองว่าสิ่งนี้คือโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองด้วยเช่นกัน

5. ค่าสวัสดิการ

การพิจารณาเรื่องเงินเดือนอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ให้ดูว่าสวัสดิการต่าง ๆ ที่จะได้รับจากที่ทำงานใหม่เป็นอย่างไร เพราะสวัสดิการที่ดีก็มีความสำคัญไปไม่น้อยกว่าเงินเดือนสูง ๆ อีกทั้งเงินเดือนที่เห็นว่าเยอะนั้น ก็อาจจะหมดไปกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ด้วยก็ได้ ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว อาจเหลือเงินไม่พอใช้อยู่ดี ดังนั้นก่อนจะมีการต่อรองเงินเดือน ลองคิดเฉลี่ยค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เสียก่อน จะได้ดูว่าเงินเดือนที่เราจะได้รับนั้นพอดีกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ ไม่แน่ว่าเงินเดือนที่น้อยกว่า แต่สวัสดิการดีกว่า อาจตอบโจทย์ความต้องการของเรามากกว่าก็ได้

6. ค่าความสามารถของตนที่เหมาะสม

ถึงเวลาคำนวณค่าตัวที่เหมาะสมกันแล้ว เริ่มจากดูว่าปัจจุบันเราได้เงินเดือนเท่าไหร่ ให้นำเงินเดือนตัวเองในปัจจุบัน มาคูณ 12 เดือน หรือถ้าบริษัทที่ทำอยู่มีโบนัสประจำ ก็คูณ 13 เดือนเข้าไป (เช่น 20,000 x 13 = 260,000) ได้ตัวเลขเงินเดือนทั้งปี หากมีโบนัสที่จ่ายตามผลงานหรือเบี้ยเลี้ยงอื่น ๆ ก็ให้นำเงินได้นั้นมาคิดค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (เช่น 40,000+20,000+20,000 = 80,000/3 = 26,667) แล้วนำมารวมกับเงินเดือนต่อปีข้างต้น (260,000+26,667 = 286,667) หารด้วย 12 เดือน (= 23,889 ตีเป็นเลขสวยกลม ๆ 24,000) นี่คือเงินเดือนขั้นต่ำที่เราควรได้รับ

ได้ตัวเลขเงินเดือนขั้นต่ำที่ควรได้รับแล้ว ก็ให้นำเงินที่ว่ามาบวกเพิ่มด้วยค่างานของงานที่ใหม่ เช่น ความท้าทายของงาน เนื้องานใหม่ ๆ ที่ต้องเรียนรู้ ยิ่งงานท้าทายมากก็บวกเพิ่ม แต่ควรให้อยู่ในช่วงประมาณ 10 – 15% จึงจะถือว่ากำลังดี ในเมื่อเรามีหลักการคำนวณอย่างเป็นระบบแบบนี้ เวลาบริษัทถามก็สามารถตอบได้อย่างมั่นใจมีเหตุผลหนักแน่น เพิ่มคะแนนบวกบวกไปในตัว

จะว่าไปการเปลี่ยนงาน และเรียกเงินเดือนใหม่ให้เหมาะสมก็เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องมีการทำการบ้าน หาข้อมูล เพื่อนำไปสู่การเจรจาต่อรองที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากเรียกเงินเดือนสูงไปก็อาจไม่ได้งาน เรียกเงินเดือนต่ำไปก็อาจเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายย่อมรู้ดีว่ากว่าเงินเดือนจะขยับขึ้นในแต่ละปีนั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด หากสามารถสร้างฐานเงินเดือนที่สูงได้ตั้งแต่แรก ก็จะเป็นพลังในการทำงานได้ต่อไป เริ่มต้นด้วยเรื่องดี ๆ ก็ย่อมต่อยอดไปสู่สิ่งดี ๆ ได้อีกมากมาย

โปรแกรมเขียน Mind Map บนเว็บไซต์ ใช้ง่ายเขียนสะดวก

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยผ่านการเขียนมายด์แมพปิ้ง (Mind Mapping) ในชั้นเรียนกันมาบ้างแล้ว สมัยนี้จะให้มานั่งวาดมือคงจะแปลกๆๆ เพราะเทคโนโลยีก็ทันสมัยมากขึ้น จะง่ายกว่าสิถ้าใช้โปรแกรมทำ Mind Map ผ่านเว็บไซต์ เพียงเปิดเว็บบราวเซอร์ตัวไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Google Chrome, Opera, Safari, Firefox, Internet Explorer ก็ใช้งานได้หมด โดยโปรแกรมจะทำงานบนเว็บไซต์ประหยัดทรัพยากรและไม่จำเป็นต้องติดตั้งลงบนเครื่องด้วยนะเออ

โปรแกรมเขียน Mind Map บนเว็บไซต์ ใช้ง่ายเขียนสะดวก

โปรแกรมเขียน Mind Map บนเว็บไซต์ ใช้ง่ายเขียนสะดวก

จัดเป็นเว็บแอพพลิเคชั่น (Web Application) ที่ต้องเรียกใช้งานผ่าน เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ซึ่งข้อดีของมันก็คือ สามารถใช้งานแบบข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-Platform) ได้ตั้งแต่ Windows/ macOS/ Linux รวมถึงระบบ Android และ iOS บนสมาร์ทโฟนอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานนั้นไร้พรมแดนมากขึ้น แถมทางผู้พัฒนาเขายังเปิดให้เราเข้าไปใช้งานกันได้แบบฟรีๆ และสามารถแชร์ Mind Mapping ที่ทำ สู่สาธารณะเพื่อให้คนอื่นเข้ามาดูได้อีกด้วย

หน้าตาการใช้งานของ โปรแกรม Mind42 ตัวนี้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทุกคนแบบสุดๆ ถึงแม้ว่ามันจะดูเก่าไปสักหน่อยแต่รับรองได้ว่า ใช้ง่ายแน่นอน อีกทั้งฟีเจอร์หรือเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับใช้ทำ Mind Mapping นั้นก็มีให้ครบ แถมยังใส่รูปภาพหรือลิงค์เว็บไซต์ประกอบกันได้ด้วย ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับการศึกษาหรือเชื่อมโยงความคิด และยังสามารถส่งออกไฟล์ (Export Files) เป็นหลากหลายนามสกุล เช่น Mind42 / Freemind / MindManager / RTF / JPEG / PNG เพื่อนำไปต่อยอดร่วมกับโปรแกรมตัวอื่นๆ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ข้อดีของมันอีกอย่างของ โปรแกรม Mind42 ก็คือ มันทำงานแบบเรียลไทม์ (Real-Time) บนคลาดว์เซิร์ฟเวอร์ (Cloud Server) หรือปุยเมฆเก็บข้อมูลนั่นเอง ทำให้การเปลี่ยนแปลงแม้เพียงตัวอักษรจะถูกแสดงให้เห็นทั้งฝั่งของคนเปลี่ยนและผู้อ่าน นี่เป็นข้อดีมากๆ สำหรับการระดมความคิดจากหลายๆ คน โดยไม่เห็นหน้ากัน และมันยังใช้ดู Mind Mapping หรือผังความคิดของคนอื่นๆ ที่แชร์เป็นสาธรณะได้อีกด้วย ช่วยให้เราได้ศึกษาแนวทางหรือวิธีการคิดของผู้อื่นได้ หากใครสนใจก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนใช้งานกันได้เลยแบบฟรีๆ แต่บางครั้งอาจจะมีโฆษณาเด้งขึ้นมากวนใจสักนิด แต่ก็ไม่ทำให้ติดปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใด

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

หัวเว่ยได้พุดคุยกับอเล็กซ์ แลมเบรซท์ (Alex Lambrechts) ช่างภาพสายข่าว แฟชั่นและโฆษณาชื่อดัง และเป็นแอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Leica ภายหลัง เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography จากที่เสร็จสิ้นการถ่ายทำเบื้องหลังแคมเปญโฆษณาของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Pro ในโอกาสนี้ อเล็กซ์ได้ให้ข้อแนะนำสำหรับการถ่ายภาพแนวสตรีทให้สวยงามโดยใช้เพียงสมาร์ทโฟน ซึ่งเทคนิคเหล่านี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการถ่ายภาพระดับมืออาชีพนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้แต่เพียงแต่กล้องถ่ายภาพแบบ DSLR เพียงอย่างเดียว เพราะสมาร์ทโฟนก็ทำได้

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

เผยเทคนิคถ่ายภาพ Street Photography ตามแบบฉบับช่างภาพมืออาชีพ

ถ่ายแบบแคนดิด: “ภาพถ่ายแบบแคนดิดหรือภาพถ่ายที่บุคคลซึ่งถูกบันทึกภาพไม่รู้ตัวว่าถูกบันทึกภาพอยู่นั้นสามารถเป็นภาพที่สวยงามได้โดยเฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดมากอย่างในฤดูร้อน วิธีหนึ่งที่ผมชอบใช้เวลาจะถ่ายภาพแบบแคนดิดคือทำเหมือนว่ากำลังถ่ายภาพตัวเองอยู่ แต่จริงๆ แล้วผมแอบหมุนกล้องไปถ่ายภาพพวกเขาอยู่ วิธีการนี้เป็นวิธีที่ช่างภาพแนวสตรีทหลายๆ คนใช้เพื่อบันทึกภาพบุคคลในแบบที่เป็นธรรมชาติ และวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ลองก้าวออกจากจุดที่คุ้นเคยเพื่อค้นหาภาพที่เป็นเอกลักษณ์: “ยามฝนตกหรือหมอกลงจัดอาจจะไม่ใช่สภาพอากาศที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ แต่สภาพอากาศเช่นนี้ช่วยเสริมบรรยากาศของภาพถ่ายได้เช่นกัน ลองถ่ายภาพของสิ่งต่างๆ ผ่านหน้าต่างที่เปียกชุ่มด้วยน้ำฝนหรือถูกปกคลุมด้วยหมอกดูบ้าง ผู้คนมักจะไม่ออกจากบ้านในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย ดังนั้นคุณอาจจะถ่ายภาพที่คนอื่นไม่เคยถ่ายมาก่อนเลยก็ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายๆ คนชอบถ่ายภาพสไตล์สตรีทในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย”

ใช้เทคนิคโบเก้ให้เป็นประโยชน์: เทคนิคโบเก้เป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อเบลอฉากหลังและช่วยดึงความสนใจผู้ชมไปยังจุดโฟกัสเพียงจุดเดียวของภาพ เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ประโยชน์มากเพราะเทคนิคนี้สามารถใช้ลบสิ่งรบกวนออกจากภาพและดึงสายตาผู้ชมภาพไปยังบุคคลซึ่งเป็นจุดโฟกัสของภาพได้โดยธรรมชาติ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบ คุณสามารถทดลองปรับตั้งค่ารูรับแสงและปรับระดับของโบเก้ให้เหมาะสมขณะถ่ายภาพได้

มองหาเงาสะท้อนในน้ำหรือวัตถุที่สะท้อนภาพได้ เช่น กระจก: ลองปรับมุมมองสำหรับการถ่ายภาพบุคคลโดยการถ่ายภาพแบบที่เห็นเงาสะท้อนของคนๆ นั้นเพื่อให้ผู้ชมต้องมองภาพที่คุณถ่ายซ้ำอีกครั้ง ก่อนถ่ายภาพ อย่าลืมสังเกตว่าเส้นแนวนอนอันเป็นเส้นที่เป็นจุดตัดระหว่างบุคคลที่คุณถ่ายกับแหล่งกำเนิดเงาสะท้อนนั้นอยู่ในระนาบเดียวกัน หากไม่แน่ใจ ลองใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือช่วยก็ได้

จัดองค์ประกอบของภาพ: ลองจัดองค์ประกอบต่างๆ ของภาพหากถ่ายภาพบุคคลที่มีคนมากกว่า 1 คนในภาพ แทนที่จะให้ทุกคนยืนตัวตรงในระนาบเดียวกัน ลองให้ใครสักคนขยับตัวเข้ามาใกล้คุณมากขึ้น แล้วคุณจะเห็นสีหน้าท่าทางของคนนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จากนั้น ลองให้ใครสักคนถอยหลังให้ห่างจากคนอื่นจนเห็นแค่ลำตัวท่อนบนเพื่อให้คนที่อยู่ในภาพดูมีระยะแตกต่างกัน การจัดองค์ประกอบของภาพแบบนี้จะเหมาะสมกับการถ่ายภาพคน 3 คน หรืออาจจะปรับเปลี่ยนหากมีคนมากกว่านั้นก็ได้

อย่ากลัวแสงเงา: ภาพถ่ายหลายๆ ภาพสวยงามเพราะการใช้ลูกเล่นของแสง ดังนั้นไม่ต้องกลัวที่จะใช้แสงเป็นลูกเล่นของภาพและลองใช้เงาให้เป็นองค์ประกอบ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพบุคคล ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องใช้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย

นอกจากนี้ ตั้ม-ชนิพล กุศลชาติธรรม อินสตาแกรมเมอร์ชาวไทยชื่อดังเจ้าของแอคเค้าท์ Rockkhound และช่างภาพ Street Photographer ฝีมือดีที่มีผู้ติดตามกว่า 1 แสนคน เพิ่มเติมว่า “การที่จะได้ภาพถ่ายสตรีทดีๆ สัก 1 หนึ่งรูปนั้นต้องอาศัยความอดทนและความขยัน อย่างภาพสตรีทที่เห็นอินสตาแกรมนั้น ไม่ใช่ว่าผมออกไปเดินแค่ครั้งเดียวแล้วได้รูปที่ดีเลย ต้องเริ่มจากการทำความรู้จักแต่ละสถานที่ที่เราชอบ หรือที่อยากไปถ่าย ให้สัมผัสและเคยชินกับมัน จนทำให้เราได้เห็นในมุมมองใหม่ๆ ได้มากกว่าที่คนอื่นเห็น รวมไปถึงการหมั่นศึกษาและทำความรู้จักกับอุปกรณ์ที่เราใช้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้ฟีเจอร์หรือโหมดที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ แต่ละสถานที่ หรือแต่ละสภาพแสง และบันทึกภาพที่น่าประทับใจได้ทันท่วงที”

“ช่วงเวลากลางคืนหรือก่อนรุ่งเช้า เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมมองว่ามีเสน่ห์มากในการถ่ายภาพแนวสตีทเพราะเรื่องราวที่จะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาพถ่ายนั้นจะแตกต่างกับช่วงกลางวัน ส่วนตัวผมมองว่าช่วงเวลาถ่ายรูปกลางคืนที่ดีที่สุดจะเป็นช่วง 15 นาทีก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 10 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ยังพอมีแสงธรรมชาติอยู่บ้าง จึงทำให้ภาพที่ออกมามีความคมขึ้น นอกจากนี้เสน่ห์ของการถ่ายรูปสตรีทตอนกลางคืนก็คือแสงไฟหลากหลายสีสันของเมืองใหญ่ ทั้งบนตึกและท้องถนน การเก็บแสงเหล่านี้ก่อนหน้านี้ผมจะต้องใช้ขาตั้งกล้องออกไปถ่าย แต่ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนที่ฉลาดขึ้น ทำให้สามารถใช้แค่มือถือเอาไว้นิ่งๆ ถึงแม้ว่าจะมือสั่นเล็กน้อย เทคโนโลยี AI ก็จะนำภาพมารวมกันให้ได้ภาพที่สวยงาม ไม่สั่น โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่งทำให้การเดินทางออกไปถ่ายภาพสตรีทของผมคล่องตัวขึ้นมาก รวมไปถึงไม่ว่าจะถ่ายเวลาดึกแค่ไหน AI ก็จะช่วยตั้งค่าอัตโนมัติให้ได้แสงในภาพอย่างเหมาะสม อีกอย่างคือการถ่ายรูปผู้คนบนท้องถนน บางครั้งช่างภาพอาจไม่สามารถเข้าใกล้ตัวแบบที่จะถ่ายได้มากนัก เพราะต้องการความเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องซูม แต่หากซูมจากกล้องโปร ตัวแบบอาจสังเกตเห็น การใช้สมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ซูมได้เยอะโดยไม่ลดทอนคุณภาพของไฟล์ภาพถือว่าช่วยได้มาก”

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปได้หลายแพตฟอร์ม

หลายคนนาจะมีปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรมในเครื่องคอมที่เจอไวรัสกันทีก็หาไฟล์ไม่เจอ หรือลบไฟล์ผิดทำไฟล์หายไป บางครั้งเผลอคัตไฟล์ไปดื้อแต่ไม่รู้ตัวซะงั้น โปรแกรม Disk Drill ช่วยคุณได้ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปได้หลายแพตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นไฟล์แบบไหนก็สมารถกู้คืนได้ทั้งหมด รูปภาพ ไฟล์เอกสาร ไฟล์เกมส์ และอื่นๆ อีกเพียบ

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปได้หลายแพตฟอร์ม

โปรแกรม Disk Drill ใช้กู้ข้อมูล กู้ไฟล์ที่หายไปได้หลายแพตฟอร์ม

อย่างที่บอกไปคร่าวๆ ตั้งแต่แรกแล้วว่าโปรแกรมนี้มีคุณสมขัติในการกู้คืนข้อมูลกลับมา ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม โดยส่วนมากจะเกิดปัญหาจากไวรัสเข้าไปทำลายไฟล์ที่สำคัญแล้วทำให้เราจำเป็นต้เองใช้ไฟล์เหล่านั้นซะด้วย แต่จะทำยังไงดีละไฟล์ก็อยากได้แต่มันหายไปแล้ว ด้วยโปรแกรมตัวนี้ทำให้ไฟล์ที่หายไปกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง โดยการทำงานของมันก็ง่ายมาก เพียงแค่เปิดโปรแกรมขึ้นมา แล้วเลือกไดร์ฟ หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการกู้คืนข้อมูล มันจะทำการสแกนหาข้อมูล หาไฟล์ ที่หายไปก่อน เพราะปกติไฟล์ที่ถูกลบจากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage Devices) ต่างๆ อย่าง ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไดร์ฟ เมมโมรี่การ์ด นั้นจะยังไม่ถูกลบทิ้งไปเลยทันที มันจะไปซ่อนเอาไว้ในส่วนที่กันเอาไว้ ซึ่งโปรแกรม Disk Drill นี้ก็จะเข้าไปสำรวจ สแกน ในส่วนที่กันไว้ตรงจุดนี้ ด้วยวิธีการ อัลกอริทึม ที่ชาญฉลาด (Powerful Scanning Algorithms) และเมื่อสแกน ได้ข้อมูลและไฟล์ ทั้งหมดที่ถูกลบแล้ว คุณก็สามารถเลือกได้เลยว่า ต้องการจะกู้ไฟล์ไหน กลับมาบ้าง จากนั้นก็รอจนโปรแกรมทำงานเสร็จเป็นอันเรียบร้อย เข้าไปเช็คไฟล์ที่คุณต้องการได้เลย

โปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้ทั้งกับระบบปฏิบัติการ Mac OS และ Windows OS ในเวอร์ชั่นต่างๆ เริ่มตั้งแต่ Windows 7 / 8 / 8.1 / 10 แบบ 32-bit และ 64-bit ซึ่งใช้งานร่วมกับระบบการจัดเก็บไฟล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น FAT exFAT NTFS HFS+ Linux EXT2 EXT3 EXT4 ซึ่งหลากหลายมากๆ เลยทีเดียว ข้อดีของโปรแกรมนี้อีกอย่างคือขนาดโปรแกรมไม่ใหญ่มากนักทำให้สามารถพกพาใส่ USB Flash Drive หรือ External HHD ไปใช้งานนอกสถานที่ได้เลย เอาละถ้าใครสนใจโปรแกรมตัวนี้ก็สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีแบบ Freeware ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นนะ

SocialNetworkDownload.com © 2014 Frontier Theme